
เงาอำนาจใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน: เมื่อการคุมโรคกลายเป็นการคุมคน
โฆษณา
ถึงแม้อัตราการเพิ่มของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศไทยจะต่ำมาก หากเทียบกับช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2563 แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ ขยายอายุของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 1 เดือน โดยอ้างว่า เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะประเทศกำลังจะเข้าสู่มาตรการการผ่อนปรนระยะที่สาม โดยการต่ออายุครั้งนี้ คำนึงถึงปัจจัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก ไม่ใช่เหตุผลด้านการเมืองตามที่ฝ่ายค้าน นักวิชาการหรือองค์กรสิทธิมนุษยชนกล่าวหา
เสียงสะท้อนจากสากล: ความจำเป็นหรือข้ออ้างทางการเมือง
สืบเนื่องจากมติของ ครม. ดังกล่าว องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ จึงได้ออกแถลงการณ์ในวันพุธ ระบุว่า นับตั้งแต่ การประกาศสภาวะฉุกเฉิน และใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ครั้งแรกในวันที่ 24 มีนาคม 2563 รัฐบาลได้พยายามปิดกั้นการวิพากษ์วิจารณ์ หรือปิดปากผู้เห็นต่าง โดยเจ้าหน้าที่รัฐพยายามปิดกั้นการวิจารณ์การทำงานในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากสื่อมวลชน บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณชน โดยใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์(พ.ร.บ.คอมฯ)
พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจที่ตรวจสอบไม่ได้จัดการกับอิสรภาพขั้นพื้นฐาน โดยปราศจากความรับผิดชอบ
เรื่องอื่นจาก กองบรรณาธิการ
ดูทั้งหมดโฆษณา
อ่านจบแล้ว — ร่วมแบ่งปันประเด็นนี้ให้สังคม







