
โฆษณา
ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(MRC) ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า รัฐบาลลาวกำลังจะเริ่มกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าสำหรับโครงการก่อสร้างเขื่อนสานะคาม โดยนักสิ่งแวดล้อมมองว่า เขื่อนแห่งนี้จะซ้ำเติมปัญหาความแห้งแล้งและระบบนิเวศน์ที่มีมากอยู่แล้วในแม่น้ำโขงให้ทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(MRC) เปิดเผยข้อมูล ผ่านเอกสารข่าวในวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 ว่า เขื่อนสานะคาม จะตั้งอยู่ในพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างแขวงไซยะบุรี และแขวงเวียงจันทน์ มีแผนจะเริ่มก่อสร้างในปี 2563 และกำหนดแล้วเสร็จในปี 2571
“ลาวได้ส่งโครงการ ซึ่งเป็นการใช้น้ำภายในลุ่มน้ำบนแม่น้ำโขงสายประธานตลอดทั้งปี ภายใต้กระบวนการการปรึกษาหารือล่วงหน้า การส่งโครงการนี้มาจะช่วยให้ประเทศสมาชิกที่ได้รับแจ้ง และสาธารณชนมีข้อมูลรายละเอียด และศึกษาการใช้น้ำของโครงการ ร่วมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้” นายอัน พิช ฮัดดา ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(MRC) ระบุ
โดยในเอกสารข่าวของเอ็มอาร์ซี ระบุว่า เขื่อนสานะคามเป็นโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแบบน้ำไหลผ่าน (run-of-river) ขนาด 684 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าจะมีความยาว 350 เมตร สูง 58 เมตร กังหันผลิตไฟฟ้า 12 ตัว ตั้งอยู่ในเมืองสานะคาม ห่างจากชายแดนไทย-ลาว ที่จังหวัดเลย 2 กิโลเมตร มูลค่าการก่อสร้างประมาณ 6.6 หมื่นล้านบาท(2,073 ล้านดอลลาร์ ) โดยโครงการจะใช้เงินประมาณ 870 ล้านบาท(27.2 ดอลลาร์) ในการบรรเทาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม รับผิดชอบโครงการโดย บริษัท ต้าถัง (ลาว) สานะคาม ไฮโดรพาวเวอร์ จำกัด เป็นส่วนหนึ่งของ บริษัท ต้าถัง รัฐวิสาหกิจของจีนวางแผนว่า จะส่งไฟฟ้ามาขายให้กับประเทศไทยเป็นหลัก
เรื่องอื่นจาก กองบรรณาธิการ
ดูทั้งหมดโฆษณา
อ่านจบแล้ว — ร่วมแบ่งปันประเด็นนี้ให้สังคม







