
ข่าว
นายกฯ ห้ามออกจากบ้าน 4 ทุ่ม - ตี 4 คุมโควิด-19 อีสานป่วย 80 ราย ทั่วประเทศ 1,875 ราย ตาย 15 ราย

กองบรรณาธิการกองบรรณาธิการ
1 นาทีอ่าน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่า ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 9 แห่ง พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการ...
โฆษณา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่า ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 9 แห่ง พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ออกข้อกำหนดฉบับที่ 2 เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019(COVID-19) โดยกำหนดช่วงเวลาให้ประชาชนห้ามออกจากบ้าน โดยหากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย โดยประกาศมีผลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป “ห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22:00 นาฬิกา ถึง 4:00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้นเว้นแต่มีความจำเป็นหรือเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ การธนาคาร การขนส่งสินค้าอุปโภค บริโภค ผลผลิตการเกษตร ยาเวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ หนังสือพิมพ์ การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง การขนส่งพัสดุภัณฑ์ การขนส่งสินค้า เพื่อการนำเข้าหรือส่งออกการขนย้ายประชาชนไปสู่ที่เอกเทศ เพื่อกักกันตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ “การเข้าออกเวรทำงานผลัดกลางคืนตามปกติ หรือการเดินทางมาจากหรือไปยังท่าอากาศยาน โดยมีเอกสารรับรองความจำเป็นหรือเอกสารเกี่ยวกับสินค้าหรือการเดินทาง และมีมาตรการป้องกันโรคตามข้อกำหนด หรือเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนดประกาศ หรือคำสั่งต่างๆของทางราชการ หรือมีเหตุจำเป็นอื่นโดยได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อนี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับทั้งนี้ตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
อ้างอิง : https://www.youtube.com/watch?v=lN3CuZMrUfs
ไทยหายป่วยโควิดแล้ว 505 ราย ป่วยใหม่ 104 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยพบผู้เสียชีวิต และผู้ป่วยโควิด -19 เพิ่มอีกในวันนี้ “มีคนที่หายแล้ว 505 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 1,875 ราย มีผู้ป่วยใหม่ 104 ราย และที่น่าเสียใจ คือเสียชีวิตไป 15 ราย มีรายใหม่ 3 ราย รายที่ 1 เป็นรายที่เป็นข่าวไปเมื่อวานนี้ เป็นผู้ป่วยชายอายุ 57 ปี มีประวัติเดินทางจากสุไหงโกลกไปปากีสถาน รายที่ 2 เป็นชายไทยอายุ 77 ปี มีประวัติเป็นโรคถึงลมโป่งพอง และเบาหวาน ที่โรงพยาบาลแห่งนึงในจังหวัดปัตตานี ส่วนรายที่ 3 เป็นผู้ป่วยชายไทยอายุ 55 ปี อาชีพขับรถสาธารณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็มีประวัติเดินทางขับรถไปที่จังหวัดสุรินทร์” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว “ในรายใหม่ 104 ราย กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่ประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ กลุ่มนี้ 60 ราย สนามมวย 1 ราย สถานบันเทิง 10 ราย พิธีกรรมทางศาสนา อินโดนิเซีย 8 ราย ใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 40 ราย กลุ่มสองไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 36 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ สัมผัสกับผู้เดินทางจากต่างประเทศ ไปสถานที่ชุมนุม อาชีพเสี่ยง ทำงานในที่แออัด สัมผัสกับคนต่างชาติ เป็น บุคลากรสาธารณสุข 2 ราย” นพ.ทวีศิลป์ กล่าวเพิ่มเติม
อ่านจบแล้ว — แชร์บทความนี้
โฆษณา


