
ข่าว
ม.เกษตรฯ สกล เก็บกัญชาล๊อตแรกแล้ว ส่งต่อโรงพยาบาลอาจารย์ฝั่น ฯ

กองบรรณาธิการกองบรรณาธิการ
1 นาทีอ่าน
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร เก็บเกี่ยวดอกกัญชา ล็อตแรก เผยคุณภาพสมบูรณ์ดี พร้อมนำไปผลิตยาแผนไทย 7 ตำรับ ....
โฆษณา
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร เก็บเกี่ยวดอกกัญชา
ล็อตแรก เผยคุณภาพสมบูรณ์ดี พร้อมนำไปผลิตยาแผนไทย 7 ตำรับ
.
ดร.ณธกร ทัศนัส ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรมพืชกัญชาและพืชเสพติดสมุนไพรทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการว่า การปลูกกัญชาในรอบแรกนี้ได้ถูกวางแผนเพื่อให้ได้วัตถุดิบสำคัญ 4 ส่วนคือ ดอก ใบ ก้านใบและราก นับตั้งแต่เพาะเมล็ดเมื่อวันที่ 6 กันยายน จนถึงวันนี้รวมระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ต้นกัญชามีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ดี ดอกกัญชามีลักษณะที่พร้อมเก็บเกี่ยวตามความต้องการของตำรับยาแผนไทยคือ เกสร (Pistil) เปลี่ยนจากสีขาวใสเป็นสีน้ำตาลมากกว่า 50%
ทีมงานเก็บเกี่ยวดอกกัญชาล็อตแรก เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2562 จำนวน 99 ต้น
มีน้ำหนักสดรวม 103 กก. พร้อมส่งต่อให้โรงพยาบาลพระ
อาจารย์ฝั้น อาจาโร เพื่อนำไปผลิตเป็นยาแผนไทยต่อไป
ดร.หทัยรัตน์ โชคทวีพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายของพืช คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า สำหรับสายพันธุ์กัญชาที่ปลูก ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ในล็อตนี้ ประกอบด้วยกัญชาสายพันธุ์หางกระรอก และสายพันธุ์หางเสือ ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์มีทั้งดอกเพศผู้ ดอกเพศเมีย และดอกกะเทย โดยต้นที่ปรากฏดอกเพศผู้ และดอกกะเทย ได้ถูกกำจัดไปแล้ว เนื่องจากทางทีมผลิตต้องการช่อดอกเพศเมีย ที่ไม่ถูกผสมเกสร เป็นวัตถุดิบส่งให้แก่โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เนื่องจากมีรายงานว่าช่อดอกเพศเมียมีการสะสมของสารสำคัญมากกว่าดอกเพศผู้และกะเทย
ทั้งนี้กัญชาสายพันธุ์หางกระรอก และสายพันธุ์หางเสือ มีลักษณะทางสัณฐานวิทยาที่ใกล้เคียงกัน และความสูงไม่แตกต่างกัน แต่สามารถจำแนกได้โดยใช้ลักษณะช่อดอก คือ กัญชาสายพันธุ์หางกระรอก ประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก เรียงชิดและอัดกันแน่นเป็นช่อดอกขนาดใหญ่ หากเมื่อสัมผัสช่อดอกจะได้กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นมะม่วง ในขณะที่กัญชาสายพันธุ์หางเสือ ประกอบด้วยดอกย่อย เรียงชิดกัน แต่กระจายเป็นหย่อมๆ ตามก้านช่อดอก ส่วนปลายจะอัดกันแน่น และหากเมื่อสัมผัสช่อดอกจะได้กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นเลม่อน อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีโครงการที่จะพัฒนาเทคนิคทางเครื่องหมายโมเลกุล เพื่อช่วยในการจัดจำแนกกัญชาทั้งสองสายพันธุ์ให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
อ่านจบแล้ว — แชร์บทความนี้
โฆษณา


