• The Isaander

นักเรียนขอนแก่นวิทฯ : เขาหาว่าผมเป็นแกนนำม็อบ และคุกคามผม



“มีโทรศัพท์ โทรมาบอกผมว่า ผมจะถูกฟ้องข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทั้งที่ ผมไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุม ครอบครัวผมสอนให้ผมรักสถาบันฯ แต่อยู่ๆ อาจารย์ก็มาบอกว่า ผมมีชื่อเป็นแกนนำล้มล้างสถาบัน”

ธนกฤต พงษ์พิศ นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 ของโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน กล่าวกับ ดิ อีสานเด้อ ผ่านโทรศัพท์


ธนกฤต ระบุว่า ในวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2563 เวลาประมาณ 18.00 น. มีสายที่เขาไม่รู้จักโทรเข้ามายังโทรศัพท์ของเขา ระบุว่า เขากำลังจะถูกจับในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือ มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา


ธนกฤต ระบุว่า ก่อนหน้านี้ไม่นาน พ่อของเขาได้เตือนให้หยุดสิ่งที่เขากำลังทำ เพราะมีเจ้าหน้าที่ที่อ้างตัวว่าเป็น สันติบาล และเจ้าหน้าที่รัฐที่รู้จักกับพ่อ ได้โทรมาบอกว่า ธนกฤตยุ่งเกี่ยวกับการเมือง


“พ่อบอกว่า นายท่านนั้น ร้อยวันพันปีไม่เคยโทรหาพ่อ บอกให้เตือนผม ผมก็บอกพ่อไปว่า ผมไม่เคยยุ่ง ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่า โรงเรียนจะมีการชุมนุม” ธนกฤต กล่าว


การชุมนุมที่ ธนกฤต กล่าวถึงคือ แผนการชุมนุมในวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ซึ่ง เฟซบุ๊คแฟนเพจ “ข ก รอประชาธิปไตย” ได้นัด “ชูกระดาษเปล่า” ที่หน้าโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ในเวลา 16.00 น. ก่อนที่ต่อมาเพจเดิมระบุว่า “จะมีเซอร์ไพรส์ และปราศรัยสั้นๆ” แต่สุดท้ายทุกอย่างต้องยกเลิก เมื่อโรงเรียนประกาศให้นักเรียนกลับบ้านด่วนในเวลา 13.00 น. ด้วยโรงเรียนจะพ่นยากันยุง


โดยหลังจาก ดิ อีสานเด้อ เผยแพร่ ข่าวการพ่นยากันยุง ออกไป ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์-วิจารณ์ การดำเนินการของโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนอย่างกว้างขวาง โดยหลายความกล่าวในทำนองว่า สิ่งที่โรงเรียนทำคือการ “พ่นยาไล่ม็อบ ไม่ใช่การพ่นยาไล่ยุง”



ธนกฤต ให้ข้อมูลแก่เราว่า เบอร์โทรศัพท์ปริศนาโทรหาเขา ระหว่าง วันที่ 13-14 สิงหาคม 2563 รวม 3 ครั้ง แต่เขาได้รับสายเพียงครั้งเดียว ในช่วงเย็นวันที่ 14 สิงหาคม 2563 โดยเสียงปลายสายคล้ายระบบอัตโนมัติ ธนกฤต ไม่สามารถโต้ตอบกลับไปได้ และเมื่อแจ้งข้อความเสร็จสิ้นสายดังกล่าวก็ตัดไป


“เบอร์นี้โทรมาหาผม พอผมรับก็มีเสียงบอกว่า เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ผมถูกฟ้องข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เขาพูดเร็วมาก แล้วก็ตัดสายไป พอผมโทรกลับไป ก็ปิดเครื่อง ติดต่อไม่ได้” ธนกฤต ระบุ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ ธนกฤต รู้สึกกังวลใจ เขาจึงเล่าข้อมูลดังกล่าวลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว


“ล่าสุดมีเบอร์ปริศนาโทรมาเบอร์ส่วนตัวผม และได้ขมขู่เรื่องผมได้หมิ่นประมาทสถาบันเบื้องสูง และยังบอกอีกว่าผมมีเวลา 24 ชม. และบอกว่า โทรมาจากหน่อยงานของรัฐ พอวางสายผมเลยติดต่อกลับทันที แต่พอผมได้ติดต่อกลับเบอร์นั้นก็ติดต่อไม่ได้ ขอความช่วยเหลือด้วยนะครับ 06-8858-XXXX” ข้อความของ ธนกฤต


ดิ อีสานเด้อ พยายามติดต่อไปยังหมายเลขดังกล่าว แต่พบว่า ปลายสายแจ้งว่า “ไม่มีหมายเลขดังกล่าว กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง” ต่อมากลางดึกของวันที่ 15 สิงหาคม 2563 ธนกฤต ถูกข่มขู่อีกครั้ง เขาจึงเขียนข้อความบนเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า


“ล่าสุดผมโดนโทรมาข่มขู่อีกแล้วครับเค้าบอกว่า ทางเราได้อยู่รอบบ้านคุณ และกล้องวงจรปิดทางบ้านผมที่มันจะเห็นทางถนน และที่จอดรถของชุมชนได้ถูกปิดแล้วครับ ตอนนี้ผมอยู่กับเพื่อนครับ ผมไม่รู้ว่าที่โทรมาคือเรื่องจริง คือเเค่โทรมาข่มขู่ ตอนนี้ปลอดภัยดีครับ ช่วยกันแชร์ด้วยนะครับ”


อย่างไรก็ตาม ธนกฤต บอกกับเราว่า สถานการณ์ที่เขาเจออาจจะเป็น Joke Call ซึ่งโทรมากลั่นแกล้ง และบังเอิญเป็นวันเดียวกันกับที่ กล้องวงจรปิดในชุมนุมของเขาขัดข้องเนื่องจากเกิดฝนตกก็ได้ เขาเองยังไม่ได้ปักใจว่า เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่หรือผู้ไม่หวังดี 100 เปอร์เซ็นต์


ดิ อีสานเด้อ สอบถามธนกฤตว่า พอจะเดาได้ไหมว่า ในเมื่อตนเองยืนยันว่า ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุม และการหมิ่นสถาบันฯ ทำไมเป็นเขาที่ถูก สายโทรศัพท์ลึกลับมุ่งเป้ามาหา


“เท่าที่ผมนึกออก น่าจะเป็นวันที่มีชุมนุมที่สวนรัชดา (ชุมนุมที่ สวนสาธารณะรัชดานุสรณ์ “ขอนแก่นพอกันที” วันที่ 23 กรกฎาคม 2563) ผมขับรถไปรับเพื่อนที่ชุมนุมอยู่ เพื่อนผมโทรบอกให้ผมเดินเข้าไปรับ ผมก็เลยเดินเข้าไปหาเพื่อนที่อยู่ในที่ชุมนุม ทุกคนนั่งอยู่ ผมเกรงใจเขาเดินเข้าไปได้นิดนึงก็เลยต้องนั่งรอพักนึง ถึงจะเดินต่อไปหาเพื่อน ตอนนั้นผมรู้สึกว่า หายใจไม่ออก เลยถอดหน้ากากอนามัยออก ถ้านึกออกอีกเรื่องคือ ผมย้ายมาจากโรงเรียนสาธิต (มหาวิทยาลัยขอนแก่น) ซึ่งสาธิตจัดชุมนุม(กิจกรรมชูกระดาษเปล่า วันที่ 11 สิงหาคม 2563 ที่หน้าอาคาร 6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา) ไปแล้วก่อนหน้านี้ แล้วก็มีการท้าว่า ขอนแก่นวิทฯ ไม่กล้าหรอก ผมมองว่า เขาอาจจะคิดว่าผมเป็นคนจัดชุมนุมที่ขอนแก่นวิทฯ”


ไม่ใช่แค่ การติดต่อจากสายโทรศัพท์ลึกลับเท่านั้น เพราะ ครูในโรงเรียนก็เชื่อว่า ธนกฤตมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมด้วยเช่นกัน


“มีอาจารย์มาถามผมเรื่องการชุมนุม และบอกผมว่า ผมมีรายชื่อเป็นแกนนำ การชุมนุมเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งคณะผู้บริหารของโรงเรียนได้ประชุมกับหน่วยงานปกครองแล้ว ผมงงมากว่า อาจารย์ทำไมถึงคิดว่า ผมเป็นแกนนำ แล้วให้ข้อมูลผมไปได้ยังไง ทำไมไม่มาถามก่อน” ธนกฤต กล่าวกับเรา


ไม่ได้มีนักเรียนแค่คนเดียวที่โดนคุกคาม ข่มขู่ และละเมิด



การคุกคาม โดยคนที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มิใช่เพียงแค่ต่อตัวธนกฤตเท่านั้น


“ผมคือ 1 ในคนที่โดนตำรวจตามตัว และโดนคุณครูบางท่านคุกคามสิทธิส่วนบุคคล” เฟซบุ๊คส่วนตัวของ นักเรียนขอนแก่นวิทยายนอีกคน เขียนข้อความดังกล่าว

“เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มนักกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางการเมืองของโรงเรียนจะออกมาจัดกิจกรรมชูกระดาษขาวเพื่อแสดงสัญลักษณ์ ซึ่งผมให้ความสำคัญ และสนใจกับกิจกรรมนี้มากๆ ผมจึง take action กับกิจกรรมนี้เป็นพิเศษ ต่อมาเมื่อช่วงเช้าของเมื่อวาน มีคุณครูท่านหนึ่งพยายามมาหาตัวผมตั้งแต่คาบแรก


“คุณครูก็มาหลอกล่อถามข้อมูลจากผมและเพื่อนๆ พวกผมก็ให้ข้อมูลอย่างดี เพราะครูมาบอกว่า ครูก็อยากเข้าร่วมด้วย แต่อยู่ดีๆ เมื่อเวลา 13:00 โรงเรียนก็ประกาศว่า หยุดกระทันหัน (ปล.คลิปเสียงหาดูได้จากทวิตที่ชื่อ @kkwtorlae) ผมจึงตกใจมากว่าทำไม ผอ.จึงทำแบบนี้ เด็กๆอุตส่าห์จะออกมาแสดงจุดยืนว่า เราก็มีเสียงมีความคิดไม่ต่างจากผู้ใหญ่ แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้”


นักเรียน รายดังกล่าว บอกเล่าสถานการณ์เสรีภาพการแสดงออกภายในโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ที่นักเรียนหลายคนล้อว่า เป็นโรงเรียนระดับ “พรีเมียม” ​ของจังหวัด


“มีสายเข้ามาหาผม พ่อโทรมาด่าผมว่า ผมเป็นแกนนำการประท้วงของโรงเรียน ผมงงมาก พ่อทำไมพูดแบบนี้ พ่อเลยบอกว่า สายสืบโทรมาบอกว่า ลูกคุณ นายภัทรภูมิ(สงวนนามสกุล) เป็นกลุ่มคนที่ชักชวนน้องๆในสถาบันออกมาประท้วง ซึ่งมันไม่จริง ผมไม่ใช่ผู้จัดงาน ผมไม่ใช่คนก่อตั้งเพจ ผมเป็นเพียงคนธรรมดา ที่สนใจร่วมงานนี้เป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่พ่อโทรมา ทั้งครอบครัวผมโทรมาพูดแบบเดียวกัน ผมเสียใจมาก ที่โรงเรียนส่งข้อมูลเท็จๆ ให้ตำรวจ แถมยังคุกคามสิทธิของผมโดยการปล่อยชื่อให้ตำรวจ แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เก็บตัวเพราะว่า ตำรวจต้องการผมไปปรับทัศนคติ

“คุณครูบางคนในโรงเรียนตอนนี้คือคิดว่า ผมเป็นคนทำ และชี้ตัวให้ตำรวจ (ปล.คลิปเสียงที่มีน้องไปแอบถามครู สามารถดูได้ในทวิตแอคชื่อ @uglyboyheart) ผมอยากออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมเพราะว่า ผมไม่ได้ทำ คุณครูหรือบุคลากรในโรงเรียนคงมองว่า ผมเป็นคนผิดกันหมดแล้ว ตอนนี้ผมก็คงจะไม่กล้าไปโรงเรียน ถ้าคุณครูยังคิดแบบนั้นอยู่”


สิ่งที่เกิดขึ้น สร้างความกลัวให้กับตัวของภัทรภูมิ ดิ อีสานเด้อ ติดต่อไปหาเขา เขาบอกกับเราว่า หลังจากได้พยายามอธิบาย ครอบครัวของเขา เข้าใจในตัวเขาแล้ว แต่โรงเรียนยังเชื่อว่า เขาเป็นแกนนำการชุมนุม ทั้งที่เขายืนยันว่า ไม่ใช่


“ถ้าให้ผมคิด ผมคิดว่าที่คนคิดว่าผมเป็นแกนนำชุมนุม เพราะผมไปร่วมม็อบที่สวนรัชดา ผมนั่งอยู่หน้าสุด มีรูปชัด ผมถอดหน้ากากด้วยวันนั้น แต่ผมไปกับเพื่อนอีก 2 คนนะ แต่ผมโดนอยู่คนเดียว” ภัทรภูมิ ระบุ


อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า ปัจจุบัน การคุกคามจากเจ้าหน้าที่ที่อ้างเป็นตำรวจหยุดไปแล้ว แต่ยังเชื่อว่า ครูในโรงเรียนมองเขาเป็นแกนนำ


“ผมปลอดภัยดี ไม่มีตำรวจติดต่อมาที่บ้านแล้ว แต่โดนว่าจากครูที่โรงเรียน ตอนนี้ ผมกลายเป็นแพะ ครอบครัวก็เข้าใจครับว่า ผมไม่ได้ทำ แต่เขาไม่อยากให้ผมออกไปสู้แล้ว”


แรงกดดันที่เกิดขึ้น ทำให้ภัทรภูมิ ถูกครอบครัวห้ามการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม หน้าเฟซบุ๊คของเขายังถูกใช้ในการเรียกร้องเรื่องต่างๆ


“ผมอยากแสดงให้ผู้ใหญ่เห็นว่า เด็กอย่างเราก็สามารถออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยได้ ไม่ต้องจำกัดอายุเพราะเป็นเรื่องของทุกคน คำพูดของครูในโรงเรียนใส่ร้ายผม ผมแค่เป็นคนธรรมดาที่สนใจกิจกรรม ไม่ใช่ผู้นำและผู้ก่อตั้ง” นักเรียนรายดังกล่าว ระบุ

นักเรียนรายเดิม ยังกล่าวว่า


“ผมแค่ต้องการรัฐบาลที่ไม่โกงครับ การที่เจ้าหน้าที่คุกคามนักเรียน ผมคิดว่า ไม่เหมาะสมเพราะ เรามีสิทธิ์ในการเรียกร้องความเป็นธรรม ทำไมต้องตามหาตัวผมด้วย ผมอยากให้โรงเรียนและครูที่เกี่ยวข้องออกมาขอโทษ เพราะทำให้ผม และนักเรียนคนอื่นใช้ชีวิตลำบาก เพราะ ถูกส่งชื่อให้ตำรวจ”

เขาบอกกับเราว่า ปัจจุบัน ในโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนน่าจะมี ภัทรภูมิ กับธนกฤตเพียง 2 คน ที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ เพราะยังไม่เห็นนักเรียนรายอื่นๆ ออกมาเปิดเผยข้อมูลเช่นพวกเขา


เด็กสมัยนี้เขาสนใจการเมืองทั้งนั้น


“เขาบอกว่า ผมโดนล้างสมอง มีคนเอางบมาให้ผมจัดงาน แต่มันไม่ใช่ความจริง ไม่มีใครมาล้างสมองผมเลยครับ”

นักเรียนหนุ่ม กล่าวกับเรา


จากการติดตามเฟซบุ๊คของเขา ดิ อีสานเด้อ พบว่า ภัทรภูมิมีความสนใจการเมืองพอสมควร มีการแชร์ข่าวหรือข้อความทางการเมือง และยั่วล้อเสียดสีเล็กๆน้อยๆ เราตั้งคำถามกับเขาว่า การเสียดสีบนโซเชียลเป็นแรงจูงใจให้ครูในโรงเรียนเชื่อว่า เขาเป็นแกนนำม็อบได้หรือไม่


“เรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่นักเรียนสนใจเยอะ ห้องผมก็มีคนสนใจเกินครึ่งห้อง การโพสต์เสียดสี นักเรียนทำกันหมด ใครๆก็ทำ ไม่น่าจะเป็นสาเหตุ”


เมื่อถาม ธนกฤตว่า ตัวเขาเองเคยเขียนเรื่องการเมืองลงโซเชียลมีเดียส่วนตัวหรือไม่ เขาปฏิเสธ


“ถ้าลงเฟซบุ๊คผมไม่เคย แต่อาจจะมีแซวเล่นกับเพื่อนบ้าง เช่นว่า ขายก๋วยเตี๋ยวมา 2 ปี ปีนี้ขายบ้านซะงั้น ก็เป็นมุขตลกที่ใครก็เล่นกัน ไม่น่าจะทำให้ใครคิดว่าผมเป็นแกนนำ”


ผอ. ขอนแก่นวิทฯ : ฉีดยุงจริงๆ ไม่ได้ฉีดไล่ม็อบ


หลังจากที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ประกาศให้นักเรียนเดินทางกลับบ้านในเวลา 13.00 น. ของวันที่ 13 สิงหาคม 2563 เนื่องจากโรงเรียนจะได้ให้เจ้าหน้าที่มาดำเนินการพ่นยากันยุง ซึ่งตรงกับวันที่กลุ่ม “ข ก รอประชาธิปไตย”​ นัดชุมนุมชูกระดาษเปล่าในช่วงเวลา 16.00 น.


ต่อมา เพจ “ข ก รอประชาธิปไตย” ได้ประกาศยกเลิกการชุมนุม ในวันดังกล่าว ตามมาด้วยการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบมากกว่า 10 นายมารวมตัวที่หน้าโรงเรียน จนเกิดเสียงวิพากษ์-วิจารณ์ถึงสาเหตุที่แท้จริงของการฉีดยุงฉุกเฉินในวันดังกล่าว


“ไม่มีอะไรมาก ก็แค่กลัวเด็ก”


“เมื่อวานวันหยุดทำไมไม่ฉีดครับ คนเขาดูออก”


“ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่”


“อาจารย์ช่วยเด็กสร้างชาติเถอะ มือไม่พายอย่าเอาเท้าลานำ้เลย มันจะเสียผู้ใหญ่ ห่วงแต่ตำแหนง อายเด็กบ้าง”


“เหล่าคณาจารย์และผู้บริหารทุกท่านปากว่าตาขยิบเหลือเกินนะครับ”


เหล่านี้คือ บางส่วนของความเห็นบนแฟนเพจ ดิ อีสานเด้อ จากทั้งหมดกว่า 500 ข้อความ กระทั่ง มีข้้อเรียกร้องใหม่เกิดขึ้น คือ


“ก่อนไล่เผด็จการ ไล่ ผอ. ก่อน”


ด้วยเหตุนี้ ดิ อีสานเด้อ จึงติดต่อไปยัง นายยุทธศาสตร์ กงเพชร ผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน และถามถึงสาเหตุที่แท้จริงของการพ่นยากันยุง ในวันเดียวกันกับที่นักเรียนจะจัดชุมนุม


“การประกาศฉีดยุงกับการชุมนุม ไม่เกี่ยวกันครับ แต่ฉีดเพราะว่า ภาคเช้าทางสาธารณสุขแจ้งมาว่า เด็กเป็นไข้เลือดออก 4 ราย ก็ให้คำแนะนำ เรื่องการชุมนุมโรงเรียนก็ไม่ได้ห้าม เป็นสิทธิของนักเรียน ก็กำชับในเรื่องของความเหมาะสม ไม่ให้ผิดกฎหมาย หรือว่า มีข้อความที่ไม่เหมาะสม

“ก่อนหน้านั้น เดือนที่แล้ว มีแผ่นข้อความที่ไม่เหมาะสมเข้ามาติดในโรงเรียน เราก็เลยห่วงจุดนั้น อีกอันนึงเราเองก็ไม่ทราบในเรื่องของการชุมนุม แต่ในส่วนของเรื่องนี้ ก็เป็นการแสดงออกของเยาวชน ยืนยันว่า การฉีดยุงไม่ได้เกี่ยวกันครับ” ผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน เปิดเผยผ่านโทรศัพท์


เมื่อได้ฟังคำตอบจาก ผอ. ดิ อีสานเด้อ จึงถามต่อถึงกรณีที่ เด็กเขียนข้อความว่า ครูให้ข้อมูลส่วนตัวของนักเรียนแก่ตำรวจ ซึ่งนายยุทธศาสตร์ กล่าวว่า


“การให้ข้อมูลตำรวจ ข้อมูลเชิงลึกทางฝ่ายความมั่นคง เราไม่ทราบ แต่ข้อมูลภายในเราไม่มี อาจจะเป็นความเข้าใจผิด” ผอ. ยืนยัน


“การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลหากมีการชุมนุม ก็เพราะเกรงว่ากลัวว่า จะมีมือที่สามหรือคนที่มีความเห็นต่างเข้ามาต่อว่าเด็ก เพราะการนัดชุมนุมอยู่ที่หน้าโรงเรียน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางโรงเรียนไม่ได้ไปแจ้ง ข้อมูลเหล่านี้เราก็ได้รับจากทางส่วนความมั่นคงว่า จะมีการชุมนุม ซึ่งผมได้รับการรายงานจากท่านรองผู้อำนวยการว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลความเรียบร้อย เกรงว่าจะมีคนที่มีความเห็นต่าง มาอย่างนั้น อย่างนี้ มาอะไรกับเด็ก ซึ่งวันนั้นก็มีคณะครูออกไปสังเกตการณ์อยู่” นายยุทธศาสตร์ ระบุ

“เราไม่ได้ประกาศห้ามอะไร” ผอ. ขอนแก่นวิทฯ ย้ำอีกครั้งผ่านโทรศัพท์


ผู้กำกับ สภ. เมืองขอนแก่น : ส่งตำรวจไปดูแลจราจรหลังเลิกเรียน


ต่อประเด็นที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 10 นายไปรวมตัวที่หน้าโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ในวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ดิ อีสานเด้อ ได้ติดต่อไปหา พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เพื่อให้ชี้แจงเรื่องดังกล่าว ซึ่ง ผกก. ระบุว่า การดำเนินการในวันนั้นเป็นเพียงการทำหน้าที่จราจรตามปกติเท่านั้น มิใช่มาตรการป้องกันการชุมนุม


“เป็นการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพราะโดยปกติ หลังเลิกเรียน ปกติแล้วโรงเรียนนี้เพิ่งเปิดเรียนเต็มๆ 1-2 วันนี้เอง ทางอาจารย์เขาประสานมาว่า ให้ช่วยจัดจราจรมาอำนวยความสะดวกหน่อย”

ต่อ เรื่องการที่มีบุคคลซึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อไปหาผู้ปกครอง และนักเรียนของโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน เพื่อตักเตือนเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวนั้น ดิ อีสานเด้อ ก็ได้สอบถาม พ.ต.อ.ปรีชา เช่นกัน แต่ ผกก. สภ.เมืองขอนแก่น ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว


“ข่มขู่เหรอ ไม่มีนะครับ ทาง สภ. เราก็ตรวจปกติไม่มีการไป เชิญตัว หรือไปพบ ไม่มี ผมให้เป็นปกติ ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ”

ก่อนที่จะได้ถามคำถามอื่นเพิ่มเติม พ.ต.อ.ปรีชา แจ้งเราว่า เขาจำเป็นต้องไปประชุมเรื่องการรับเสด็จฯ จึงได้วางสายไป


โรงเรียนไม่ Action ทำกรรมการนักเรียน ไม่สบายใจ


แม้จะมีเสียงวิพากษ์-วิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งในเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ แต่จนถึงปัจจุบัน โรงเรียนขอนแก่นวิทยายนยังนิ่งต่อเรื่องดังกล่าว มิได้มีการชี้แจงใดๆ อย่างเป็นทางการ แต่คณะกรรมการนักเรียนโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนที่ได้รับการเลือกตั้งจากนักเรียนด้วยกันได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ไม่สบายใจกับการประกาศพ่นยากันยุงกระทันหันของโรงเรียน เพราะเชื่อว่าเป็นการพยายามที่จะขัดขวางการชุมนุมของนักเรียน


“คณะกรรมการนักเรียนไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงต้องการให้ทางโรงเรียนชี้แจงและตอบคำถามที่เป็นประเด็นอยู่ในสังคมออนไลน์ขณะนี้ ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองของทั้งศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และผู้ปกครอง


“ข้อที่ 1 เพราะเหตุใดทางโรงเรียนจึงมีการประกาศการฉีดพ่นยาเพื่อกำจัดยุงลายแบบกะทันหัน ใครเป็นผู้มีอำนาจสั่งการ เหตุใดจึงไม่มีการแจ้งให้นักเรียน ครู และบุคลากรภายในโรงเรียนทราบล่วงหน้าก่อน นักเรียนที่ต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่เวลา 13.00 น. บางคนไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ ไม่มีผู้ปกครองมารับเนื่องจากไม่ได้แจ้งล่วงหน้า หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับนักเรียนใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ


“ข้อที่ 2 โรงเรียนมีเจตนาที่จะขัดขวางการจัดกิจกรรมของนักเรียนที่จะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยการ ชูกระดาษเปล่า บริเวณหน้าป้ายโรงเรียนใช่หรือไม่ ถ้าใช่ การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดอย่างไร เพราะการเรียกร้องและแสดงความเห็นในระบอบประชาธิปไตยควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงกระทำได้มิใช่หรือ

“ข้อที่ 3 มีครูบางท่านนำข้อมูลส่วนตัวนักเรียนไปให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ ขอให้โรงเรียนตั้งกรรมการเพื่อสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน หากเป็นความจริง การกระทำของครูท่านนั้นจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของนักเรียน และนำมาซึ่งการถูกข่มขู่คุกคามต่อตัวนักเรียนเอง โรงเรียนมีมาตรการอย่างไรที่จะดูแลความปลอดภัยของนักเรียน และรับผิดชอบต่อการคุมคามนั้นอย่างไร”

ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ยังได้ระบุว่า คณะกรรมการฯ เห็นว่า การแสดงออกของนักเรียนเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ถ้าหากอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย




สามารถติดตาม The Isaander ได้ในหลายช่องทางดังนี้



เว็บไซต์ www.theisaander.com


เฟซบุ๊คแฟนเพจ https://www.facebook.com/theisaander/


อินสตาแกรม www.instagram.com/theisaander


ทวิตเตอร์ twitter.com/TIsaander


ไมลด์ www.minds.com/theisaander


บล็อกดิต www.blockdit.com/pages/5ece3fc23a6af2483f799581


ยูทูป www.youtube.com/channel/UC8TPsm5N-OLnW4P97BXTtqQ


---


#TheIsaander #Isaan #Isaannews #อีสานเด้อ #อีสาน #ข่าวอีสาน #ดิอีสานเด้อ #ประยุทธ์ #ประวิตร #ออกไป #ยุบสภา #หยุดคุกคามประชาชน #หยุดโควิด #ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ #วัยรุ่นเรียกร้อง #อีสาน #หนุน #ขอนแก่น #ร้อยเอ็ด #โคราช #มหาสารคาม #อุบลราชธานี #ให้มันจบที่รุ่นเรา #ถูกคุกคาม

307 views

© 2023 by Glorify. Proudly created with Wix.com