
ข่าว
เสียงครวญจากลอนดอน : กติกาการบินกลับไทย สร้างความลำบากให้กับคนไกลบ้าน(คนอีสานกะบ่น้อย)

กองบรรณาธิการกองบรรณาธิการ
2 นาทีอ่าน
ผู้สื่อข่าวพิเศษ ดิ อีสานเด้อ ประจำนครลอนดอน ประเทศอังกฤษ รายงานมายัง สำนักงาน ดิ อีสานเด้อ สาขาทุ่งกุลาร้องไห้ว่า...
โฆษณา
ผู้สื่อข่าวพิเศษ ดิ อีสานเด้อ ประจำนครลอนดอน ประเทศอังกฤษ รายงานมายัง สำนักงาน ดิ อีสานเด้อ สาขาทุ่งกุลาร้องไห้ว่า ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ปัจจุบัน นักเรียน-นักศึกษาในประเทศอังกฤษ ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทย ประสบความยากลำบากอย่างแสนสาหัส หลังจากสำนักงานการบินพลเรือนออกประกาศ แนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศที่ทำการบินมายังประเทศไทย ในภาวะโควิด-19 ระบาด ซึ่งสร้างความลำบากให้กับคนไทยไกลบ้านเหล่านั้น โดยแนวทางปฏิบัติของสำนักงานการบินพลเรือน ดังกล่าว ระบุให้ คนไทยในต่างประเทศที่ต้องการเดินทางกลับบ้าน จำเป็นจะต้องมีเอกสาร 2 อย่างคือ 1. ใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่า พวกเขามีสุขภาพเหมาะสมที่จะเดินทาง และ 2. หนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งต้องออกโดย สถานเอกอัคราชทูต สถานกงสุลใหญ่ หรือกระทรวงการต่างประเทศ ปัญหาที่ตามมาคือ การได้มาซึ่งเอกสารดังกล่า ของคนไทยในประเทศอังกฤษค่อนข้างลำบาก และเสี่ยงที่จะทำให้พวกเขาติดโควิด-19 นายศโรมรณ์ (สงวนนามสกุล) นักศึกษาปริญญาเอกชาวไทยอายุ 29 ปี จากเมืองนอริช เปิดเผยต่อ ดิ อีสานเด้อว่า เงื่อนไขของการบินพลเรือน เป็นการผลักภาระให้กับทั้งนักศึกษาไทย เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของไทย และแพทย์อังกฤษ “การบินพลเรือนตั้งเงื่อนไขไม่นึกถึงความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติเลย ต้องเสี่ยงโรคไปขอที่สถานพยาบาล ซึ่งภาวะนี้เขาแนะนำให้หลีกเลี่ยงการไปที่นั่น เพราะเชื้อโรคเยอะ มันเพิ่มภาระให้หมอ-พยาบาลของเขาโดยไม่จำเป็น ศูนย์การแพทย์ของรัฐก็ไม่รับทำให้ พอไปโรงพยาบาลเอกชนก็มีน้อย แพงมาก และก็ไม่ใช่ขอกันง่ายๆ” “ที่สำคัญใบรับรองแพทย์ fit-to-fly ที่ได้มาก็บอกอะไรไม่ได้ว่า เราติดเชื้อหรือไม่ เพราะ โรคมันฝังตัวนาน ไม่มีอาการก็แพร่เชื้อได้ สุ่มเสี่ยงที่จะนำเชื้อกลับไทยเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ สงสารเจ้าหน้าที่สถานทูต ต้องมาเสี่ยงมากขึ้น ทำงานหนักขึ้นโดยไม่จำเป็นใดๆ เลย มากไปกว่านั้นก็สงสารน้องๆ คนไทยที่กำลังจะกลับบ้าน แล้วต้องมาเจอมาตรการแบบนี้” นายศโรมรณ์ ถือเป็นหนึ่งในนักศึกษาที่พยายามเคลื่อนไหวให้มีการแก้แนวปฏิบัติของสำนักงานการบินพลเรือน โดยเขาได้พูดคุยกับนักศึกษาหลายคนที่ประสบปัญหาจากมาตรการดังกล่าว “น้องคนหนึ่งจองตั๋วกลับบ้านเอาไว้วันที่ 29 มีนาคม แต่มาตรการดังกล่าวออกมาจึงรีบไปหาแพทย์ของมหาลัยเพื่อขอใบรับรองแพทย์ แต่เขาไม่ออกให้ เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน จึงต้องหาแพทย์เอกชนเพื่อออกใบรับรองให้ แต่ก็พบว่าราคาแพงมากที่ 130-200 ปอนด์ และนัดได้อย่างเร็วที่สุดคือวันที่ 27 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่ก่อนเดินทางเพียง 2 วันเท่านั้น น้องเสียใจมาก ไม่คิดว่าการกลับบ้านจะยากขนาดนี้” “เทียบกับเคสเพื่อนคนสิงคโปร์ในมหาลัย เขามี Singporean Society ที่ประสานงานกับรัฐบาล และจองไฟลท์ของ Singapore Airlines ได้ โดยไม่ต้องใช้ใบรับรองอะไรทั้งนั้น เพียงแค่เป็นพลเมืองของประเทศ ตอนนี้เพื่อนสิงคโปร์ได้วันเดินทางเรียบร้อยแล้ว คือวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม โดยไม่ต้องเดินทางไปลอนดอนล่วงหน้าเพื่อขอใบรับรองจากสถานฑูตด้วยซ้ำ” นายศโรมรณ์ ระบุว่า สิ่งที่สำนักงานการบินพลเรือนท นอกจากจะไม่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติทางการแพทย์ ยังอาจขัดต่อกฎหมาย “ตอนแรกปัญหาคือ ถ้าคุณจะเอาใบรับรองจากสถานทูต คุณต้องไปลอนดอน แต่มีหลายคนที่เรียนเมืองอื่น ตอนหลังโดนด่าเยอะ เขาก็ให้ขอทางอีเมลได้ แต่ปัญหาคือ การได้มาของใบรับรองแพทย์ ยากมาก ถ้าคุณอยู่เมืองใหญ่ การไปขอจากโรงพยาบาลรัฐทำไม่ได้เลย เพราะคนเยอะ คิวยาว ต้องไปขอเอกชนที่แพงมาก ซึ่งพอไปเอกชน นัดแล้วไม่ได้เวลานัด นัดแล้วไม่ได้ตรวจอีก แล้วใบที่ได้ก็ไม่ได้การันตีว่าคุณจะไม่ติด นี่แค่ ข้อโต้แย้งทางการแพทย์นะ ถ้าโต้แย้งทางกฎหมายคือ การที่คุณไม่ให้คนกลับประเทศ นั่นคือขัดรัฐธรรมนูญ”
อ่านจบแล้ว — แชร์บทความนี้
โฆษณา


