
โฆษณา
ประชาไท รายงานว่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง 7 จำเลย ที่ถูกจับกุมเป็นชุดที่ 2 กรณีเผาศาลากลาง จังหวัดมุกดาหาร ศาลให้เหตุผลเนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันกระทำความผิด ด้านทนายระบุ กลุ่มนปช.และชาวมุกดาหารต่อสู้ด้วยวิถีประชาธิปไตย ขอบคุณที่ศาลให้ความเป็นธรรม หลังจากนี้หากไม่มีการยื่นอุทธรณ์ก็จะถือว่าสิ้นสุดคดี
6 ก.ค. 2562 วานนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดมุกดาหาร ได้อ่านคำพิพากษาคดีอาญา หมายเลขดำที่ 2670, 2671 และ 2584/2561 หมายเลขแดงที่ 1030,1031 และ 1032/2562 รวมพิจารณาทั้ง 3 สำนวน ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร เป็นโจทก์ฟ้อง สมคิด โพธิ์ไทรย์ กับพวกรวม 7 คน ได้แก่ บรรญัติ แท่นกลาง ไกรแก้ว พันนะ สนุก บับภาร ธีระพงษ์ จิตวานิช หนูเย็น บุญศรี และนันท์ธวัช วะชุม เป็นจำเลย เรื่อง ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง กรณีเผาศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 (วันสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์) โดยศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 7 คน เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันกระทำความผิด
อนุสรณ์ โพธิ์ศิริ ทนายความระบุว่า จำเลยทั้ง 7 คนดังกล่าว เป็นผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 ซึ่งถูกตำรวจออกหมายจับและดำเนินคดี โดยเป็นหมายจับค้างตั้งแต่ปี 2553 ขณะที่ผู้ต้องหากลุ่มแรกจำนวน 13 รายถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 2553 และถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกคนละ 15 ปี
“เป็นคดีประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่งของพี่น้องชาวมุกดาหาร ซึ่งกลุ่มนปช.และชาวมุกดาหาร มีการต่อสู้ด้วยวิถีประชาธิปไตย ขอกราบขอบพระคุณศาลท่านได้ให้ความเป็นธรรมและให้ความยุติธรรมที่แท้จริง เนื่องจากพี่น้องนปช.และพี่น้องคนเสื้อแดงชาวมุกดาหาร ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ถือเป็นนิมิตหมายใหม่ ของพี่น้องเสื้อแดงมุกดาหารและคนมุกดาหารครับ” อนุสรณ์กล่าว
เรื่องอื่นจาก กองบรรณาธิการ
ดูทั้งหมดโฆษณา
อ่านจบแล้ว — ร่วมแบ่งปันประเด็นนี้ให้สังคม







