
เพราะ มีโปรแกรมฉายหนังอีสานฟรี ยาวปานถนนมิตรภาพขนาดเมื่อปี 2562(ปีที่แล้ว) ดิ อีสานเด้อ จึงต้องเดินเท้าผ่านทุ่งกุลา ดำน้ำมาแม่น้ำชี ฝ่าปฐพีเขาใหญ่ ไถลลงเจ้าพระยา ก่อนทะลุคลองทวีวัฒนา เพื่อมาสัมภาษณ์ พุทธพงษ์ เจียมรัตตัญญู คนจัดโปรแกรมหนังอีสานที่ว่า ให้เขาได้ชี้แจงแถลงไข ความเป็นไปและที่มาของโปรแกรมนี้
โฆษณา
---
“ต้องกินลาบ-ก้อย ทุกวันเลยไหมฮะ ช่วงที่จัดโปรแกรมนี้” ดิ อีสานเด้อ ตั้งคำถามสุดแหลมคมให้ พุทธพงษ์ นักจัดกิจกรรมภาพยนตร์ ชาวประจวบคีรีขันธ์ ที่ปัจจุบัน อาศัยอยู่ศาลายา พร้อมภรรยา และลูกตอบ
“กินลาบบ่อยนะ แต่ไม่ค่อยได้กินก้อย เพราะไม่มีเพื่อนกิน” พี่วิว(ชื่อเล่นของพุทธพงษ์) อธิบายอุปสรรคของการรับทาน
ใจจริงเราอยากจะถามเขาว่า กินข้าวเหนียว หรือข้าวเจ้า ด้วยซ้ำ แต่กลัวว่าสัมภาษณ์จะแหลมคมเกินคนอีสานจะรับไหว เราจึงต้องวนมาเข้าเรื่องที่เราต้องคุยเสียก่อน “ทำไมต้องจัดโปรแกรมหนังอีสาน ? (อะครับ)”
“ตอนนี้ หนังอีสาน กำลังเป็นกระแส และอีสานเป็นภูมิภาคเดียวที่สามารถทำได้แบบนี้ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้หอภาพยนตร์จัดโปรแกรม จากน้ำมูลถึงไทบ้าน เมื่ออีสานเฮ็ดหนัง” พี่วิว สรุปคำตอบให้สั้น ยั่งกะขารองนายกฯฝ่ายความมั่นคง
พุทธพงษ์ อธิบายว่า ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา หนังอีสานที่ทำโดยคนอีสานกลายเป็นกระแสของวงการ นับตั้งแต่ ผู้บ่าวไทบ้านอีสานอินดี้ ซึ่งโด่งดังมากจากการฉายในอีสาน เกิดเป็นกระแสจนคนในกรุงเทพฯ ต้องหาดู กลายเป็นปรากฎการณ์ “ป่าล้อมเมือง” แล้วต่อมา ไทบ้าน เดอะซีรีส์ (ผู้สร้างคนละคนกับ ผู้บ่าวไทบ้านฯ) ก็ได้รับความนิยม มีการสร้างต่อเนื่องหลายภาค ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ จนถูกเซ็นเซอร์ “ฉากพระร้องไห้” นับว่าเป็นกระแสที่น่าสนใจ
“อีสานบูมมาก ยังไม่เห็นภาคอื่นทำได้ ไม่ได้มีแค่ผู้บ่าวไทบ้านฯ หรือไทบ้านเดอะซีรีส์ ยังมีเรื่องอื่นๆ มีผู้กำกับหน้าใหม่เกิดขึ้น มีการนำเสนอเรื่องเล่าของตัวเอง ตอนนี้ ยังมีหนังที่ฉายในโรง 2 เรื่องชนกันคือ หน่าฮ่าน แล้วก็ออนซอนเด กระแสนี้ ทำให้หอภาพยนตร์อยากจะสำรวจว่า หนังอีสาน มันเพิ่งมามีช่วงนี้ หรือมีตั้งแต่ในอดีตแล้ว” พี่วิว เว้า
เรื่องอื่นจาก กองบรรณาธิการ
ดูทั้งหมดโฆษณา
อ่านจบแล้ว — ร่วมแบ่งปันประเด็นนี้ให้สังคม







