
โฆษณา
15 พฤษภาคม 2562 ศาลจังหวัดชัยภูมิ อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก นิตยา ม่วงกลาง นักสิทธิที่ดินเป็นเวลา 4 เดือน และสั่งให้ นิตยา จ่ายเงินชดเชยค่าเสียหาย 4 หมื่นบาท จากข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่า
สมนึก ตุ้มสุภาพ ทนายความของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ให้สัมภาษณ์กับ ดิ อีสานเด้อว่า นิตยา ถูกตัดสินจำคุก 4 เดือน และสั่งให้จ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 4 หมื่นบาท เนื่องจาก อุทยานแห่งชาติไทรทอง ฟ้องร้องว่า นิตยา บุกรุกเข้าไปในพื้นที่อุทยาน และสร้างความเสียหาย
“ถูกกล่าวหาบุกรุกที่ดินป่าไม้ โดยเป็นการดำเนินคดีตามนโยบาย ทวงคืนผืนป่า คำสั่ง คสช. ที่ 64/57 ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินว่า มีความผิดจริง ทนายได้อุทธรณ์ โดยใช้ คำสั่ง คสช. ที่ 66/57 ว่า การดําเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทํากิน ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคําสั่งนี้มีผลบังคับใช้” สมนึก เว้า
“ศาลท่านมองว่า คำสั่งต้องอิงกับการประกาศเขตป่าด้วย ซึ่งตัวจำเลยได้รับที่ดินมาจากพ่อ-แม่ ส่วนพ่อ-แม่ได้มาจากคนอื่นอีกทอดนึง ไม่ได้อยู่มาแต่เดิม ก็เลยไม่ได้รับประโยชน์จากคำสั่ง 66/57… เรายังไม่ยื่นประกันเพราะ โทษเพียง 4 เดือน ห้ามฎีกา แต่ถ้าหากฎีกาจำเป็นต้องมีเหตุผลที่เหมาะสมจริง ซึ่งต้องศึกษาข้อกฎหมายอย่างละเอียด ยื่นฎีกาและศาลรับฎีกา จึงจะยื่นประกันได้” สมนึก ระบุ
สมนึก กล่าวเพิ่มเติมว่า หากยื่นประกันโดยไม่มีเหตุผล และศาลไม่ให้ประกัน การยื่นขอประกันในครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นได้ยาก ดังนั้น ทนายความมีเวลา 1 เดือน ในการยื่นฎีกา จึงจำเป็นต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ดี และใช้เหตุผลอย่างเหมาะสมที่สุดก่อนยื่นฎีกา โดยหลังฟังคำพิพากษา นิตยาถูกนำตัวไปควบคุมที่ เรือนจำจังหวัดชัยภูมิทันที
---
ด้าน อรนุช ผลภิญโญ นักสิทธิที่ดินเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ให้ข้อมูลแก่ดิ อีสานเด้อว่า การดำเนินคดีกับ นิตยา จะไม่สร้างความหวาดกลัวให้กับเครือข่ายฯ แต่จะทำให้การเคลื่อนไหวมีความรอบคอบมากขึ้น
อ่านจบแล้ว — แชร์บทความนี้
โฆษณา



