
คงจะมีเรื่องราวบาดแผลทางทรงจำอยู่ ที่ดินแดนในดินแดนหนึ่ง ? เมื่อเรื่องราวได้รับรู้จากสายอาชีพที่ต้องสอดรู้สอดเห็นเป็นปกติ ในโลกคู่ขนานนั้น ผู้อยู่ระหว่างโลกสองใบ การรักษาสภาพจิตใจให้ปกติจึงยากยิ่ง เหตุจากเรื่องราวที่ผุดขึ้นเเละสะสมเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเรี่ยวเเรงในการสร้างผลงานของผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เพื่อระบายน้ำหนักของกระเป๋าให้ทุเลาลงหากเเต่ไม่ล้าสมัย . คล้ายส่งสาร ชวนผู้คนนึกหวนและเล่าใหม่จากปลายปี 2563 น้ำคิดสู่น้ำหมึกเป็น ”ในเเดนวิปลาส” ที่ตีพิมพ์ขึ้นหลังเกิดการผกผันสถานการณ์ทางการเมืองใ...
โฆษณา
คงจะมีเรื่องราวบาดแผลทางทรงจำอยู่ ที่ดินแดนในดินแดนหนึ่ง ?
เมื่อเรื่องราวได้รับรู้จากสายอาชีพที่ต้องสอดรู้สอดเห็นเป็นปกติ ในโลกคู่ขนานนั้น ผู้อยู่ระหว่างโลกสองใบ การรักษาสภาพจิตใจให้ปกติจึงยากยิ่ง เหตุจากเรื่องราวที่ผุดขึ้นเเละสะสมเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเรี่ยวเเรงในการสร้างผลงานของผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เพื่อระบายน้ำหนักของกระเป๋าให้ทุเลาลงหากเเต่ไม่ล้าสมัย . คล้ายส่งสาร ชวนผู้คนนึกหวนและเล่าใหม่จากปลายปี 2563 น้ำคิดสู่น้ำหมึกเป็น ”ในเเดนวิปลาส” ที่ตีพิมพ์ขึ้นหลังเกิดการผกผันสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้น . ด้วยวิธีการเขียนเป็นความเรียงฉบับนักข่าวเฉพาะตัวที่เขียนเล่าเรื่องราวชะตาชีวิตของผู้คนที่พบพานดังสามัญชนถึงคนธรรมดา . หากยังไม่เปิดอ่าน เพียงปกหนังสือก็ชวนสะดุ้งเเล้ว ซึ่งชัดเจน ซัดลงเเบบตรงตัวตามภาพเป็นที่สุด ข้อมูลทางความคิดออกดอกผลเเปรเปลี่ยนเป็นเนื้อดินที่เพาะปลูกเป็นสวนอักษรภายในเล่ม เผยเรื่องราวชีวิตของคนเป็นเเละคนตายเพียงบางส่วน ด้วยเนื้อหาที่รักษาข้อมูลของเเหล่งข่าวอย่างระเเวดระวัง เสมือนทิ้งร่องรอยไว้ให้ผู้อ่านเเกะรอยตามความสามารถในความสงสัย . ผู้เขียนเก่งกาจด้วยกลยุทธ์การเขียนที่ดึงกระชากจิตวิญญาณของนักสืบในตัวผู้อ่านให้กระหายใคร่รู้ ยอมสละละทิ้งซึ่งการงานทุกอย่างเพื่อเปิดอ่าน . เรื่องราวที่บรรจงถ่ายทอดนั้นจริงเสียจนอยากให้เป็นเรื่องโกหก ตัวอักษรฟาดฟันกันอย่างคมคาย เตะตา สะกิดใจอย่างเชี่ยวชาญ เเละเชื้อเชิญให้ชวนเสพ เพื่อตั้งคำถามเเละขบคิดจากข้อความที่เรียบเรียงเป็นสัดส่วนของเนื้อหามาเป็นอย่างดีเพื่อบอกเล่า สรรเสริญ เเละเย้ยหยั่นต่อความบิดเบี้ยวในดินเเดนเเห่งนี้ จากมุมหนึ่งของโลก . หากโลกเป็นเส้นขนาน เส้นทางความเชื่อ ความรัก ชีวิต เเละความศรัทธา สวนทางกัน ผู้คนจะคงไว้ซึ่งสภาพจิตใจที่คง ‘คน’ ได้หรือ . ”ในเเดนวิปลาส” ที่นำเหตุการณ์หลัง 2563 กลับมาสื่อสารกับผู้อ่านอีกครั้งผ่านชีวิตของคนธรรมดาที่ต่างเป็นเครื่องมือเเละลูกมือของเงามืดในเงาเมฆ ที่ตามขับไล่เเสงเเห่งความเจริญทางความคิดด้วยชีวิตของพ่อ ไพล่ พายุ เพื่อเปิดม่านของความอยุติธรรมที่เป็นมาตรฐานของสังคมที่กดขี่ คุมขัง เเละคุกคามผู้คนอีกฝั่งของโลกคู่ขนานอยู่เสมอ . จากปลายปากกานักเขียนนิรนาม โดย รัช นักข่าว ณ สำนักงานเล็กเเต่ใจใหญ่ (ตามคำนำผู้เขียนในเล่ม)
_________________________________
จากความน่าจะอ่าน : รัช เป็นนามปากกาที่เท่าไหร่จำไม่ได้ คนรู้จักแทบทุกคนเห็นแล้วล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “อะไรของมึงเนี่ย” มันเป็นคำพยางค์เดียวที่มี 2 ความหมาย ความหมายหนึ่งคือ ความเป็นพระราชา, ราชสมบัติ อีกความหมายหนึ่งคือ ฝุ่น, ผง, ละออง, ธุลี มิตรสหายคนหนึ่งเปิดพจนานุกรมแล้วพูดถึงคำนี้ คนเขียนเลือกได้ในทันที โดยไม่ฟังคำอื่นๆ ที่เขานำเสนออีก . การใช้นามปากกา คือการซ่อนตัวตน เช่นกันกับการไม่ได้มาร่วมงานเพื่อกล่าวขอบคุณด้วยตนเองสำหรับการมอบตำแหน่งแห่งที่ในจิตใจผู้อ่าน ตำแหน่งแห่งที่นี้เป็นเรื่องเซอร์ไพร์สและน่ายินดีมาก สำหรับ ‘ลูกครึ่ง’ นักข่าวก็ไม่เชิง นักเขียนก็ไม่ใช่
อ่านจบแล้ว — แชร์บทความนี้
โฆษณา