
ชาวนาขณะเกี่ยวข้าวในแปลงเกษตรทดลอง บางเขน (ที่มา: ลิขสิทธิ์ของ The University of Wisconsin-Milwaukee Libraries ถ่ายโดย Robert L. Pendleton)
โฆษณา
ที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ในภาคอีสาน เท่าที่รู้ ไม่มีชาวนาคนไหนตะโกนว่า “How dare you” สักคน ถ้าตะโกนถามกันว่า “Head young you” อาจจะพอมีบ้าง แต่การที่เขาไม่ลุกขึ้นมาเรียกร้องประเด็น Climate change ใช่ว่า พวกเขา “บ่จั๊ก บ่หยัง” กับ ‘ปัญหาโลกร้อน’ เพราะในความจริง พวกเขาเข้าใจผลกระทบของมันตั้งแต่ก่อนที่ เกรตา ธุนเบิร์ก จะคลานจากครรภ์มารดาเสียอีก
สารภาพก็ได้ว่า ขณะที่หล่นนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ เพื่อร้อยตัวอักษรให้พวกท่านอ่าน เราก็มีส่วนร่วมในการทำลายสภาพแวดล้อมของโลกด้วยเช่นกัน เพราะไฟฟ้าในประเทศไทยกว่าครึ่งผลิตจากปิโตรเลียม ไม่ใช่เขื่อนอย่างที่เขาหลอกลวง แต่เอาเถอะ มันก็ไม่ต่างกับจังหวะเดียวกันที่น้องเกรตาทวีตบนทวิตเตอร์ของเธอนั่นแหละ เพราะถึงบ้านของเธอจะผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ แต่เซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกคงไม่ได้ใช้พลังงานสะอาดเสียหมด ว่าแต่ว่า เราจะไปพูดถึงเรื่องไกลตัวทำไม? เรามาพูดเรื่องที่เรา กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง อย่าง ‘ข้าว’ กับ ‘ฝน’ เสียดีกว่า เพราะหากมัวแต่เสียเวลา ‘ฆ่าเวลา’ พระบางท่านอาจกล่าวหาได้ว่ามัน “บาปกว่าฆ่าคน”
หอมมะลิ 105 ข้าวไทยใต้ปีกพญาอินทรี
ถึงคนจำนวนไม่น้อยในภาคอีสานจะใช้ข้าวเหนียว แกล้มก้อยต้อยลาบ มากกว่าใช้ข้าวเจ้า ข้าวสวย แกล้มแนม แต่ข้อเท็จจริงมันก็ทนโท่อยู่ว่า ข้าวสวยหอมมะลิที่งอกจากดินทุ่งกลาร้องไห้มันแซ่บคัก คนมักหลายไม่แพ้ข้าวจากภูมิภาคอื่น ทว่าเมื่อสืบโคตรเหง้า ‘ข้าวหอมมะลิ 105’ กลับมิได้มีปิตุภูมิเป็นดินอีสาน และเพิ่งย้ายรากย้ายกอมาอยู่ทีหลัง แถมการพลัดถิ่นคราวนั้นยังมีสหรัฐอเมริกาเข้ามาเกี่ยวข้องเสียด้วย เรียกว่า ถ้าพวกชังอเมริกาได้รู้ คงล้วงคออ้วกแทบไม่ทัน
เรื่องอื่นจาก กองบรรณาธิการ
ดูทั้งหมดโฆษณา
อ่านจบแล้ว — ร่วมแบ่งปันประเด็นนี้ให้สังคม









