
ในวันอังคารนี้ คนเสื้อแดงกว่า 50 คนได้จัดกิจกรรมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม...
โฆษณา
ในวันอังคารนี้ คนเสื้อแดงกว่า 50 คนได้จัดกิจกรรมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 โดยอดีตผู้ร่วมชุมนุมได้ใช้วาระ ครบรอบ 10 ปี เรียกร้องให้ รัฐบาลดำเนินการแสวงหาความจริง และคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้สูญเสียจากการสลายชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่ทหารในครั้งนั้น
กิจกรรมรำลึกวันนี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วง 17.00 น. โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมที่สวมใส่ชุดสีแดง จุดเทียนเป็นข้อความว่า “ความจริง ใครยิง” ที่หลังป้ายสี่แยกราชประสงค์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบนายดูแลอย่างใกล้ชิด และมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจวัดไข้ผู้เข้าพื้นที่จัดกิจกรรมและในช่วงเวลา 18.00 น. ได้มีการร่วมกันร้องเพลง มีการผลัดกันกล่าวถึงผู้ที่สูญเสียจากการสลายการชุมนุม ก่อนที่จะยุติกิจกรรมในเวลาประมาณ 19.00 น.
“ปี 53 จิตใจเราพัง งานก็พัง คนพวกนี้ไม่ใช่ญาติพี่น้องเรา แต่เขาคือคนที่อยู่ร่วมขบวนของเรา ตอนนั้น เราไปยืนดูศพที่สถาบันนิติเวช เราคิดว่า คนเหล่านี้สมควรตายไหม มันเลยสั่งสมความแค้นมา วันนี้ เรามาเพราะเป็นวันครบรอบ 10 ปี การสลายการชุมนุม เรารู้สึกว่า 10 ปีแล้วคนถูกฆ่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรม หลายคดีพิสูจน์ได้ว่า เป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ทหาร แต่กลับไม่มีการเอาคนผิดมาลงโทษ เราอยากให้ความเป็นธรรมกลับคืนสู่ผู้เสียชีวิต ผู้ถูกจองจำ” สุวรรณา ตาลเหล็ก หนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ กล่าว
เมื่อ 10 ปีที่แล้ว กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ชุมนุมเรียกร้องให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นยุบสภา และเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากเชื่อว่า อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) บางคนของพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นรัฐบาลก่อนหน้านั้น ย้ายไปร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่พรรคพลังประชาชนถูกตัดสินให้ยุบพรรคโดยศาลรัฐธรรมนูญ และ นปช. เชื่อว่า กองทัพมีส่วนในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนั้น โดยการชุมนุมของคนเสื้อแดง มีขึ้นในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งเวทีชุมนุมใหญ่ตั้งขึ้นที่สี่แยกราชประสงค์ ในวันที่ 12 มีนาคม 2553
ต่อมา รัฐบาลได้ประกาศใช้ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ตั้ง ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ขึ้นควบคุมสถานการณ์ และ ศอฉ. เริ่มอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธสงครามยิงเข้าใส่บริเวณที่จัดการชุมนุม โดยเรียกว่า “การกระชับพื้นที่” และ “การขอคืนพื้นที่” ด้วยอ้างเหตุผลว่า ภายในกลุ่มผู้ชุมนุมมีกองกำลังติดอาวุธไม่ทราบฝ่าย(ชายชุดดำ) แฝงตัวอยู่ การขอคืนพื้นที่ทำให้มีการเสียชีวิตทั้งฝั่งผู้ชุมนุม และทหารรวมกันกว่า 90 ราย และบาดเจ็บกว่าหนึ่งพันราย ภายหลังแกนนำ นปช. จึงประกาศยุติการชุมนุมในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 เพื่อหยุดการสูญเสีย โดยในวันเดียวกันมีเหตุเพลิงไหม้หลายแห่งในกรุงเทพฯ และศาลากลางจังหวัดหลายแห่ง
อ่านจบแล้ว — แชร์บทความนี้
โฆษณา



