สารคดี
71 ปี เหตุสังหารรัฐมนตรีอีสานกลางกรุง : จุดจบอันน่าเศร้าของผู้เป็นปฏิปักษ์เผด็จการ
3 นาทีอ่าน

โฆษณา
“ผู้ตายเป็นนักการเมืองคนสำคัญในพรรคฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลในสมัยนั้น ผู้ตายถูกจับกุม ต้องหาว่าเป็นกบฎต่อรัฐบาล แล้วถูกรับตัวจากที่คุมขังพาไปกำจัดเสีย ตามความประสงค์ของผู้เมาอำนาจขณะนั้น และถูกยิงถึงแก่ความตาย ด้วยน้ำมือของเจ้าพนักงานตำรวจที่ควบคุมตัวผู้ตายไป” คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2504 สิ่งที่ท่านกำลังจะได้อ่าน คือ เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับ ส.ส. อีสาน ผู้เห็นต่างจากรัฐบาลเผด็จการ ส.ส. อีสานที่พบจุดจบก่อนเวลาอันเหมาะสม เพียงเพราะ เลือกที่จะยืนอยู่คนละฝั่งกับผู้มีอำนาจ 4 มีนาคม คือ วันครบรอบ 71 ปี ของเหตุการณ์สังหารรัฐมนตรีอีสาน ถ้าหากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตนี้ คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันอยู่บ้าง นั่นคงเป็นเพียงแค่ความไม่บังเอิญในสมัยที่ประเทศกำลังถูกปกครองด้วยรัฐบาลหลงอำนาจ ดิ อีสานเด้อ จะค่อยๆเล่าจุดเริ่มต้น และจุดจบ ของเรื่องทั้งหมดให้ท่านได้อ่าน นับแต่มิลลิวินาทีนี้ ส.ส. อีสาน สู่สภาอันทรงเกียรติ
เมื่อคณะราษฎรได้ทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สู่การปกครองระบอบรัฐธรรมนูญ(ประชาธิปไตย) ในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 1 พฤศจิกายน 2476 ประเทศไทยจัดการเลือกตั้งขึ้นเป็นครั้งแรก ทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายอำเภอหนุ่ม ได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนจังหวัดอุบลราชธานี เข้าไปทำหน้าที่ในสภาอันทรงเกียรติ 7 พฤศจิกายน 2480 ประเทศไทยได้จัดการเลือกตั้งเป็นครั้งที่สอง เตียง ศิริขันธ์ ครูและนักเขียนหนุ่ม ได้รับเลือกเป็น ส.ส. สกลนคร, ถวิล อุดล ทนายความหนุ่มได้เป็น ส.ส. ร้อยเอ็ด และจำลอง ดาวเรือง อดีตโชเฟอร์รถสองแถว และนักมวย ได้เป็น ส.ส. มหาสารคาม ขณะที่ ทองอินทร์ ก็ได้รับเลือกตั้งเข้ามาอีกสมัยเช่นกัน ในสมัยนั้น แม้จะยังไม่มีระบบพรรคการเมือง แต่ ส.ส. อีสาน ทั้ง 4 ก็สนิทสนมกันด้วยอุดมการณ์ และได้รวมกลุ่มกันเพื่อเคลื่อนการเมืองไทยโดยกลุ่มดังกล่าวมี ทองอินทร์ ซึ่งอาวุโสที่สุดเป็นหัวหน้า จำลอง เป็นปฏิคม ถวิล เป็นเลขาธิการ และเตียง เป็นเสนาธิการนักวางแผน
เรื่องอื่นจาก กองบรรณาธิการ
ดูทั้งหมดโฆษณา
อ่านจบแล้ว — ร่วมแบ่งปันประเด็นนี้ให้สังคม







