
ยำไก่ผักแพรว , เนื้อลายวาซาบิ,เกาเหลาแห้ง, อาจจะเป็นเมนูหลักที่คุณๆสั่งมากินกับเหล้าสะเอียบหากไปเยือนที่แห่งนั้น...
โฆษณา
ยำไก่ผักแพรว , เนื้อลายวาซาบิ,เกาเหลาแห้ง,
อาจจะเป็นเมนูหลักที่คุณๆสั่งมากินกับเหล้าสะเอียบหากไปเยือนที่แห่งนั้น
แต่ขอแนะนำของแกล้มอีกอย่าง ‘หนังสือมหรสพตีนดอย ‘
เราอาจเรียกมันว่า- เรื่องสั้นหลังเคาเตอร์บาร์ หรือไม่ก็บันทึกจากสายตาคนร้านเหล้า เพราะแทบทุกเรื่องที่ปรากฎมีฉากและชีวิตในร้านเหล้าสุดสะแนน เมรัยสถานเพื่อชีวิตแห่งหัวเมืองหลักล้านนา
.
เช่นเดียวกับร้านทำผมของสุภาพสตรี ร้านบาร์ที่พนักงานและลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ก็มีวัฒนธรรมซุบซิบนินทากันไม่เว้นแต่ละค่ำคืน จนกระทั่ง อรุณรุ่ง สัตย์สวี นักเขียนอีสานพลัดถิ่น คอยรวบรวมปรากฏการณ์ในร้านเหล้าของเขา ปรุงแต่งจดจาร(อาจจะคล้ายๆจัดจานกับแกล้ม) ออกมาเป็นเรื่องสั้น
.
เรื่องของลูกค้าหนุ่มที่สำนึกผิดและกลับมาจ่ายเงินที่ร้านหลังชักดาบไปหลายปี, เรื่องชายเชื้อจีนผู้ชอบตั้งคำถามแบบโพสต์โมเดิร์นในร้านเหล้าเพื่อชีวิตจนหาคนคุยด้วยยาก, คนย่างหมูผู้ไม่จนใจให้กับเรื่องง่ายๆ ฯลฯ
.
บางเรื่องอาจยาวเพียงครึ่งหน้าเอสี่ หรือบางเรื่องก็ยาวเกือบสิบหน้า สิ่งที่พิเศษของ มหรศพตีนดอย คือน้ำเสียงของผู้เล่า บอกถึงบุคคลในตำนานของแวดวงนักกิจกรรมและกวีในเชียงใหม่ ซึ่งก็พอทำให้เห็นว่าถ้าไม่ใช่คนใกล้ชิดกันคงไม่สามารถเขียนออกมาได้เห็นภาพและได้ยินเสียงขนาดนี้
.
แม้จะทิ้งนามแฝงว่า ‘อ้ายแสงเมา’ แต่เชื่อว่านักอ่านที่ผ่านหูผ่านตาเรื่องสุดสะแนนและเชียงใหม่ คงจะรู้จัก กวีขบถโรมานซ์ ‘แสงดาว ศรัทธามั่น ‘ เป็นแน่แท้ ซึ่งอ้ายแสงดาว แกก็ปรากฎตัวในเรื่องสั้นเล่มนี้อยู่หลายบทหลายตอน จนบางครั้งผู้อ่านก็สับสนอยู่พอสมควรว่า นี่คือเรื่องแต่งหรือสารคดี (ฮ่าๆ)
อ่านจบแล้ว — แชร์บทความนี้
โฆษณา



