© 2023 by Glorify. Proudly created with Wix.com

  • The Isaander

Humans of Nongbua : สุดชีวิตของ สหาย’เยี่ยม’ หมอยา คอมมิวนิสต์ ในพื้นที่สีเพลิง



"ผมขอคุยกับคุณลุงอีกได้ไหม ขอเอาไปลงข่าวได้ไหม เพราะผมสนใจชีวิตคุณลุงมากตอนนี้ "


.


เราเปิดใจอย่างซื่อตรงกับชายชราตรงหน้า ภายใต้หมวกดาวแดงที่ลุงสวมใส่ สัญลักษณ์พรรคคอมมิวนิสต์ ที่ไม่คิดว่าจะได้พบเห็นที่นี่ แต่เมื่อใครบางคนสะกิดว่า พื้นที่หนองบัวลำภูคืออีกเขตงานคอมมิวนิสต์ที่สำคัญ เราจึงสิ้นสงสัย และเริ่มบันทึกเรื่องราวของ สหายเยี่ยม หรือ ลุงจรูญ ต้นกันยา ชายวัย 75 ย่าง 76 ปี


.


The Isaander : ลุงเข้าป่าครั้งเเรกอายุเท่าไหร่ ?


สหายเยี่ยม : 40 กว่าเเล้ว


.

The Isaander : มันเกิดจากเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ลุงตัดสินเข้าไปในป่า ?


สหายเยี่ยม : ระบบต่างๆ เกี่ยวกับการเมือง การบริหารประเทศ บริหารบ้านเมือง ตอนนั้น สงสัยว่า ไม่ใช่ถนอม ก็สฤษดิ์ (ยุค 2500 ต้นๆ) ที่เป็นนายกช่วงนั้น ประมาณ พ.ศ. 2507


หลังจากนั้นเขาส่งไปเรียนประเทศจีน ก็กลับมา พ.ศ. 2513 มาอยู่เเถวนี้ เเถวเขตงานภูซางใหญ่ จังหวัดหนองบัวลำภู เเต่ก่อนไม่มีจังหวัดเป็นอำเภอ เเต่ก่อนเป็นอุดรธานี


.


The Isaander : ลุงเกิดปี 2485 ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนนั้นอยู่ที่ขอนเเก่น ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกไหมตอนนั้น ?


.


สหายเยี่ยม : ได้รับสิ พอดีเขารบกันสมัยญี่ปุ่น ฝรั่งเศส รบกัน ฝรั่งเศสก็ไปดักหน้าญี่ปุ่น ยิงเรือรบของญี่ปุ่น เอาเรือดำน้ำไปดักสายญี่ปุ่นที่มันเข้ามาได้ในเอเชียของเรา ญี่ปุ่นมันตีไปได้ถึงประเทศลาว เวียดนาม ลาว กัมพูชา มันตีไปหมดเเหละ สมัยนั้น


แล้วทีนี้ สหรัฐมาดักหน้าน้ำมันเลยเเพ้สงคราม เรือส่งเสบียงอาหารของญี่ปุ่นมันก็ยิง มันเลยยกธงขาวญี่ปุ่น เลยกลับไปประเทศไปโดดน้ำตาย ยิงตัวตาย ที่เเพ้สงคราม


The Isaander : ก็คือตั้งเเต่ปี 2484 - 2488 ก็คือลุงเห็นสงครามโลก 4 ปีเต็มเลย ?


สหายเยี่ยม : โอ้ย ลำบากการไปอยู่ไปกินตอนกลางคืน ไปอยู่หลุมเพาะที่พ่อเเม่ขุดขนลูกหลานไปอยู่หลุมเพาะ ตอนบ่ายสามไปกินข้าวเตรียมตัว หาที่นอน ค่ำมาลงหลุมเพาะ เขามีทิ้งระเบิดใส่กองไฟ


กองไฟที่ว่า เป็นกองไฟที่เขาก่อในทุ่งนา ข้าวเขาเกี่ยวเเล้วเสร็จสรรพ เขาไปก่อไฟไว้พอเครื่องบินผ่านมา เขาทิ้งใส่


The Isaander : เเล้วตอนหลังจากสงครามโลกเสร็จสิ้น สถานการณ์เป็นไงบ้าง ?


สหายเยี่ยม: มันก็เป็นโรคไข้ทรพิษ โรคติดต่อ เชื้อโรคระเบิดปรมาณู สารพิษของมัน มันปลิวมาก็ไปเกาะคนเป็นโรคไข้ทรพิษ ไข้หน้าลายต่างๆ เเล้วลุงป่วยด้วย เป็นโม่ เป็นอะไรต่าง ๆ นั้น เป็นไข้ทรพิษ หน้าลายหมด


สหประชาชาติบีบสหรัฐฯ ให้ทำยาไปรักษาทวีปเอเชีย เขาเป็นโรคทรพิษ ไข้อะไรต่างๆ โรคมือขาดเนี่ยก็ต้องไปรักษาหายาไปใส่เขา เเต่ก่อนมันไม่มียาสำเร็จรูป ยาจำพวกปูนไม่มี ยาฉีดไม่มี


สมัยนั้นสงครามโลกครั้งที่สองไม่พ้นยารากไม้ ก็กิน มันก็สร้างประเทศได้เหมือนกัน ไข้ทนพิษทนหนาวก็ไม่มีเท่าไหร่ สมัยก่อนเนาะ เเล้วเป็นยาสมุนไพรเเหละกิน ความดันสูง-ต่ำก็ไม่มี สมัยก่อน


ส่วนยา เขาส่งมาจากเครื่องบินของเขา เขาส่งมาฉีดรักษาจำพวกนี้ ไปๆ มาๆ เขาทำศูนย์รักษาขี้ทูต กุดถัง อยู่บ้านอยู่โนนสมบูรณ์ใกล้ๆ กับบ้านสมรักษ์ คำสิงห์ เดี่ยวนี้ขี้ทูตอยู่นั้นเต็มเลย เป็นนิคมสร้างตนเองโนนสมบูรณ์ ขี้ทูตก็อยู่นั่นเเเหละ


.


The Isaander : แสดงว่าช่วงสงครามโลก เด็กไม่ได้เข้าโรงเรียน โรงเรียนปิดหมดเลย ?


สหายเยี่ยม : ตอนนั้น มันจะไปอะไรได้ มันสงคราม ก็ต้องปิด ไม่มีหรอกวันอาทิตย์ วันเสาร์ เข้าวันศีลน้อย ศีลใหญ่ ปิด! เพราะว่าระบบการศึกษา ระบบสหประชาชาติยังไม่ได้บีบระหว่างประเทศ ยังไม่ได้บีบอะไรกัน ยังไม่ได้มีให้บีบการศึกษาภาคบังคับเเบบนี้


The Isaander : ลุงเข้าโรงเรียนครั้งเเรกเมื่อไหร่ ?


สหายเยี่ยม : จำไม่ได้ อายุผม 7 ปีก็เข้าโรงเรียนเลย เข้าโรงเรียนตามวัดที่จังหวัดขอนเเก่น


พอหลังสงครามโลกเสร็จสิ้นเเล้ว ก็มีการฟื้นฟูใช่ไหมครับ ตอนที่ลุงอายุ 7 ขวบเข้าโรงเรียนครั้งเเรก เรียนที่วัด เรียนศีลน้อยศีลใหญ่ 8 ค่ำ 15 ค่ำต้องปิด เพราะว่ากฎบัตรสหประชาชาติยังไม่ได้บีบบังคับกัน


.

The Isaander : ไม่ได้มีการบอกว่าเรียนถึงศุกร์ เเล้ว เสาร์ อาทิตย์ก็หยุด ไม่มี ?


สหายเยี่ยม: ไม่มี ช่วงนั้นเพลงชาติไทย รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ก็ยังขึ้นมาสูสีกับประเทศสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง


.


The Isaander : ก็คือเพิ่งเปลี่ยนชื่อจากสยามเป็นไทย ?


สหายเยี่ยม : ใช่


The Isaander : ตอนเเรกลุงร้องเพลงชาติอะไรก่อน ?


สหายเยี่ยม : สยามแต่มันลืมไปเเล้ว มันมาชินเฉพาะรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ตอนเด็กก็ยังได้ยินเพลงสยามอยู่


.


The Isaander : ระหว่างช่วงนั้นลุงเรียนถึงชั้นไหน ?


สหายเยี่ยม : เรียนถึง ป.4 ครูลักพาไปเรียนขอนเเก่น เพราะว่าเราเรียนดี เขาเลยลักไป ไม่ถึงพอปี พ่อไปนำกลับมาเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย หลังจากนั้นครูก็นำไปอีก พ่อเเม่ก็ไม่นำไปเอากลับ จบ ม.6 มา ได้สอนเป็นครูเลย สมัยนั้น ไม่จบปริญญา ไม่มีหรอกปริญญา ตรี โท ไม่มี


จบ ป.4 เขาให้ลุงไปเรียนต่อมัธยมที่ขอนเเก่น เเต่ว่าพ่อเเม่อยากให้ทำไร่ทำนา มีการลักไปลักมา สุดท้ายพ่อเเม่ก็ไม่ตามกลับเเล้ว ตอนนั้นที่ขอนเเก่นเรียนโรงเรียนอะไรสักอย่าง เเล้วสักพักหนึ่งก็เป็นราชภัฎฯ มันเปลี่ยนเเปลงมาเรื่อย ๆ


เเต่มันเป็นการเรียนตั้งเเต่ชั้น ม.1 จนถึงชั้น ม.6 เรียนจบ ม. 6 เเล้วไปไหนก็ไม่ไป อยู่บ้านอยู่ช่องเลย กลับมาทำไร่ทำนาอยู่กับพ่อกับเเม่ เงินสมัยนั้น เงินราคา 3 บาท 4 บาท เงินเดือน จบ ป.4 เงินเดือนบาทกว่า ไปสอนเป็นครู จบ ป.4 ก็มีนะ ไปเป็นครูสมัยนั้น


.


The Isaander : จบ ม.6 เเล้วทำไมต้องไปทำไร่ทำนา ทำไมไม่ไปเป็นครู ?


สหายเยี่ยม : ความคิดมันไม่ไปสิ มันมีการสับสนอยู่นั้นเเหละ


.


The Isaander : แล้วกลับไปที่บ้านเเล้วทำมากี่ปีถึงได้เข้าป่า ?


สหายเยี่ยม : อยู่ป่าเเถวอำเภอนาเเก พอ 2507 เข้าป่า ก็คือหลังเรียนจบทำไร่ทำนาที่บ้าน หลังจากก็ไปทำงานเขื่อนอุบลรัตน์ฯ เขาส่งไปเขตน้ำอูน สกลนคร ทำงานเกี่ยวกับเซอร์เวย์คลองซอย คลองจะทำน้ำส่งไปต่างจังหวัด ต่างอำเภอไป


ตอนนั้นเขาเริ่มมีการสร้างเขื่อน เขาสร้างเขื่อนหนองหวาย เขื่อนใต้ เขื่อนอุบลรัตน์ เขาสร้างเสร็จเเล้วก็ไปสร้างเขื่อนหนองหวาย กระจายน้ำเอาสู่ชนบททำไร่ไถนา ส่งน้ำไปยังเกษตรกร จนทุกวันนี้ยังมีอยู่เขตหนองหวาย


.


The Isaander : ที่เขาจ้างลุงเพราะว่าลุงจบ ม.6 ด้วยหรือเปล่า ?


สหายเยี่ยม : สมัยนั้น เงินเดือน 1,800 ทั้งโอทั้งอะไรอีกก็ 2,000 กว่า ก็พออยู่ได้ ทองสมัยนั้น 1 บาท 400 บาท สมัยนั้นนะ ทุกวันนี้ 2 หมื่นกว่าๆ เเล้ว


ตอนนั้นก็คืออยู่บ้านที่ขอนเเก่น เเล้วก็ไปทำงานที่เขื่อนอุบลรัตน์ฯ หลายปี เขาจะส่งไปเขื่อนน้ำอูน เเล้วก็เข้าป่าไปเลยหลังจากนั้น


นายจ้างเราตอนนั้น คือ บริษัทที่ทำเครื่อง จ้างเราเพื่อไปเซอร์เวย์ มันมี 2-3 บริษัท เขาร่วมกันสร้างเขื่อนอุบลรัตน์ฯ 3-4 ประเทศ นี่เเหละ


.


The Isaander : เเล้วเซอเวย์ทำยังไงบ้าง ?


สหายเยี่ยม : คล้ายๆ ทำเเผนที่เเผนผังออกมา สำรวจคลองซอย รถขุดเขาก็ขุดไปเรื่อยๆ ขุดเเล้วก็ไปทำจุดดักจับน้ำ น้ำมันจะไปออกจากเขื่อนไป มันจะไปเรื่อยๆ มันจะสุดปลายทาง ไปที่ไหนก็เเล้วเเต่ เขาจะให้ไปปี สองปี เซอร์เวย์ไปเรื่อย ๆ เขาก็เทปูน เพื่อปล่อยน้ำให้มันไหลไปสบาย ทำให้ช่องน้ำเสมอกันเลย


.


The Isaander : เขื่อนอุบลรัตน์ฯ เสร็จเเล้วก็ไปที่เขื่อนน้ำอูนที่พังโคน สกลนคร เเล้วตอนนั้นลุงคิดอะไรอยู่ อุดมการณ์ทางการเมืองตอนนั้นมันเป็นยังไง ?


สหายเยี่ยม : เขาว่ามีคอมมิวนิสต์เยอะใช่ไหม เป็นคนยังไง เป็นคนเเจวหรือคนไทย คือตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นคอมมิวนิสต์ ไม่รู้เลย นานไปนานมาเขาจึงพูดเรื่องการเมืองให้ฟัง เเต่ลุงถามเพื่อนว่า เอ๊ะ! คอมมิวนิสต์ มันเป็นยังไง เราไม่รู้ เเต่เพื่อนก็บอกว่า นี่ไงก็คนเเถวนี้ๆ เเหละอยู่ด้วยกัน


The Isaander : ภาพเเรกที่คุณลุงคิดว่าจะเป็นคอมมิวนิสต์ หน้าตาจะเป็นยังไง ?


สหายเยี่ยม : คิดว่าเป็นคนต่างประเทศ


The Isaander : เเล้วทางรัฐไทยตอนนั้นเขากลัวคอมมิวนิสต์มากไหม มันถูกสร้างให้น่ากลัวยังไง ?


สหายเยี่ยม : พรรคประชาธิปปัตย์ พรรคอะไรต่างๆ รัฐบาลตอนนั้นเขาไม่กลัว เขากลัวพรรคคอมมิวนิสต์มันเกิดขึ้นอีกทุกวันนี้ เขากลัวที่สุดเลยคือ พรรคคอมมิวนิสต์เเห่งประเทศไทย เขามีอุดมการณ์ดี


.


The Isaander : ก็คือว่าเป็นคนญวณ คนจีน เเล้วยังไงต่อ ?


สหายเยี่ยม : เเต่พอไปดูจริงๆ เเล้วไม่ใช่คนญวณ เเต่เป็นคนไทย เอาทฤษฎีเขามาพูดเฉยๆ เอาทฤษฎี เขามาเรียนว่ามันจะไปเเบบไหน ทำเเบบไหน ให้เราจัดการเเบบไหน มันมี! เดี่ยวนี้มันมีอยู่นะหนังสือเล่มนี้เขาวางขาย จำพวก มาร์กซ์ เลนิน สตาลิน คาร์ล มาคส์


.


The Isaander : พอมีคนไทยด้วยกัน อันนี้ทำให้ลุงอยากไปคุยกับเขา ?


สหายเยี่ยม : ใช่ อยากคุยกับเขา


.


The Isaander : ตอนนั้นเราสงสัยไหม เขาคิดยังไง ?


สหายเยี่ยม : คิดว่า เอ๊ะ คอมมิวนิสต์ ทำไมไม่มีเวียดนาม เเกวก็ไม่มี ผลสุดท้ายก็วิเคราะห์หาเหตุผลว่า คอมมิวนิสต์ไม่ใช่ว่าจะเกิดกับประเทศเดียว ทั่วโลกเลยเป็นได้หมด เอาหนังสือเขามาอ่านเเล้วก็รวมตัวกัน เกลียดชังพวกนายทุน


.


The Isaander : ก็คือว่าพอไปคุยกับเขาเเล้วเขาให้อะไรเรามา ที่ทำให้เราอยากไปร่วมขบวนกับคอมมิวนิสต์ ?


สหายเยี่ยม : มีการตื่นตัวทางความคิด อยู่กับสังคมยังไง สังคมทำให้เรามีความสุขไหม ทำให้เราชนชั้นชาวนาที่ถูกกดขี่ ถูกขูดรีด ได้อะไรจากนายทุน มันเอาเปรียบเอารัดเราเเบบไหน ยังไงๆ มันก็รู้ ไปๆ มาๆ ก็มีความคิด เเล้วก็เกิดการต่อสู้ทางความคิดว่า อยากเปลี่ยนสังคมใหม่ ไม่ใช่สังคมที่ไม่ดี


ทุกวันนี้ สังคมเน่าเฟะนะ สิทธิเสรีภาพของประชาชนไม่มี มีเเต่พูดเฉยๆ ประชาธิปไตยเฟ้อทุกวันนี้ ประชาชนจะทำอะไรได้ เขาเรียกร้องสิทธิอะไรมากเกินไป เขาก็ฆ่า เดินขบวนไม่ได้ ทุกวันนี้


.


The Isaander : ทำไมลุงก็มีเงินเดือนที่บ้านเยอะ มั่นคง ทำไมต้องอยากเปลี่ยนเเปลงอะไร ?


สหายเยี่ยม : ก็สังคมไม่ได้รับผิดชอบมวลมนุษย์ ชาวนาถูกกดขี่ เอารัดเอาเปรียบ ไม่มีความสุขสักคนเลย ในประเทศไทย ชาวนาเรา เราเห็นคนรอบข้างเรา บางคนชาวนาก็เป็นศัตรูเราเหมือนกัน ความคิดเขาไม่ไป อย่างนักศึกษาไปเดินขบวนก็ยังไปฆ่าเขา กระทิงเเดง สมัยนั้น


คนไม่เข้าใจปัญหาสังคมอย่างเเท้จริง เราเกิดมา ทำไมเราไม่มีสิทธิ์ ทำไมเราต้องทุกข์ บางคนอื่นๆ ไม่ทำอะไร ทำไมรวยเกินไป มันเป็นอะไร มันเกิดเเก่กับอะไร ดังนั้น เราต้องวิเคราะห์อีก อยู่เฉย ๆ เงินเป็นพันล้าน มันไม่ใช้เเรงงานมันเอามาจากไหน ก็ต้องมาวิเคราะห์อีก เลยตัดสินใจจะเข้าร่วมกับกระบวนการ หลังจากนั้นเขาก็ส่งไปประเทศจีน


.

The Isaander : ทำไมเขาส่งเราไป ทำไมเขาเลือกเรา ?


สหายเยี่ยม : เขาอยากให้เราเรียนจบเเล้ว กลับมารับใช้สังคมที่บ้านเรา อยู่ร่วมกันกับพรรคคอมมิวนิสต์ไทย


The Isaander : จากวันที่อยู่เขื่อนอุบลรัตน์ฯ ก็เห็นพรรคคอมมิวนิสต์ตอนที่ถูกส่งตัวไปเขตน้ำอูน เขื่อนน้ำอูนมันอยู่ใกล้กับ อำเภอนาเเก พื้นที่สีเเดง ก็เลยตัดสินใจเข้าร่วม เเล้วบอกที่บ้านยังไงไหม ตอนนั้น ที่บ้านเขารู้ไหม ?


สหายเยี่ยม : ที่บ้านไม่ให้รู้เลย เพราะชื่อเราไม่เปิดเผย เปิดเผยไม่ได้ เดี๋ยวพ่อเเม่เรา ญาติพี่น้องเรา รู้จักเราว่าเป็นคอมมิวนิสต์ เขาจะมากวนพ่อเเม่ เราทิ้งงานเซอเวย์ไปเลย


.


The Isaander : เพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ไปกับเราไหม ?


สหายเยี่ยม : ไม่ได้ไป ไปคนเดียว ก็มีหลายคนอยู่ที่หน่วยงานอื่นเขาทำ เขาก็ไปเหมือนกัน มันไม่ใช่หน่วยงานเดียว มีหลายหน้าที่


.


The Isaander : ตอนนั้นมีใครบ้างนอกจากคนที่ทำงานเซอเวย์เเบบลุงมีอาชีพอื่นไหม ที่เขาคอมมิวนิสต์ มีครูไหม มีพระไหม ?


สหายเยี่ยม : สมัยนั้นก็มีเหมือนกัน ต่อมาจะมีครูเยอะ มาอยู่ภูซางใหญ่จะมีครูเยอะ มีสหายสอนอยู่ชุมเเพ เข้าป่าเป็นครูไป 3 คน หนึ่งในนั้นเขาต่อสู้ จนโดนยิงตาย ดังทั่วประเทศ


.


The Isaander : วันที่ลุงตัดสินใจจะไปร่วม เขาพาไปไหนก่อนที่เเรก ?


สหายเยี่ยม : ไปหาเขาในดงป่า ยังไม่ไปถึงค่ายใหญ่เลย ไปในดงก่อน มันเป็นที่พักไปเรื่อยๆ มันมีจุดพักไปเรื่อยๆ เเล้วค่อยถึงจุดใหญ่


.


The Isaander : พิธีการที่เราจะเข้าเป็นสมาชิก เขาทำยังไง ?


สหายเยี่ยม : เขาเปลี่ยนเสื้อให้เรา


.


The Isaander : เขาถามเราไหมจะใช้ชื่อสหายอะไร ?


สหายเยี่ยม : ถาม เเล้วเเต่จะตั้งชื่ออะไรให้ผม ไปกัน 4 คน สหายริด สหายเก้า สหายเยี่ยม สหายวีระเดช จะตั้งร่วมกันมื้อวันเดียวกัน 4 คน เป็นสมาชิกเข้าวันเดียวกัน


เเล้วสหายเก้า มาตายที่เขตภูซาง เเกเป็นโรคไอหอบ ตอนนั้นเขาให้เปลี่ยนชุด บางทีเปลี่ยนมาเเล้ว พับเสื้อไว้เเล้วนุ่งกางเกงธรรมดาออกไปหาชาวไร่ ชาวนา ไปหาชาวนา เราก็เเต่งชาวนา นุ่งเเบบคนทุกข์ยาก เเล้วก็ไปพูดการเมือง การเอาเปรียบของรัฐ ของสังคม ของระบบนายทุนขูดรีดเนื้อหนัง ขูดรีดเนื้อประชาชน ขูดเเบบไหน ๆ เราบอกให้เขารู้ ให้เขาเข้าใจปัญหาสังคม ตกลูกตกหลานเราจะไปยังไง เราก็ต้องปัญหาไกล ๆ


.


The Isaander : พอเขาให้เราเปลี่ยนชื่อเเล้ว เขาเเบ่งงานให้เราทำเลยไหม ?


สหายเยี่ยม : ยังไม่ทันเเบ่ง ไปทำงานร่วมกันกับเขาอยู่ ไม่นานจากนั้น เขาก็เเบ่งงานให้เรา 3-4 คน ให้เราลงไปหามวลชน พูดเรื่องจำพวกปัญหาของสังคม การเอาเปรียบของนายทุนขุนศึกศักดินาเอาเปรียบกัน


งานเเรกที่ได้ทำ คือ พูดคุยกับมวลชนที่เขาไม่เข้าใจการเมือง ปลุกเขา ชี้เเนวทางให้เขาว่าสังคมนี้มันเเบบไหนๆ ตอนนี้เราถูกเอาเปรียบยังไงๆ บอกเขา อธิบายเขา ใครเป็นผู้สร้างการเอาเปรียบพวกเรา


ใครเป็นคนสนับสนุน ระบบรัฐบาล กับนายทุน เราขยับไม่ได้เพราะเราไม่มีบทบาททางการเมือง เราไม่ได้รับการปลดปล่อยศักยภาพให้เป็นอิสระ เขาไม่ได้ให้เราบริหารประเทศด้วย มีเเต่เขาจะคลุมหัวดูดกินเลือดกินยางเราเหมือนเศรษฐกิจทุกวันนี้ อ้อยก็ไม่มีราคา ข้าวโพดก็ไม่มีราคา อะไรก็ไม่มีราคา เขาเหยียบไว้หมด


กระทรวงต่างๆ ไปต่างประเทศเขาไปหาเศรษฐกิจ เขาก็เป็นพ่อค้า สมมติว่าข้าวโพดกิโลละ 15 บาท เเล้วรัฐมนตรีมันเป็นคนขาย มันก็มาให้เรากิโลละ 5 บาท 6 บาท นอกนั้นมันกินไปเเล้ว ค่ารถค่าเรือเอย ทุกอย่างเเหละ รัฐมนตรีไว้ใจไม่ได้หรอกทุกวันนี้


.


The Isaander : หนังสือเล่มเเรกที่ได้อ่าน เป็นความคิดของใคร ?


สหายเยี่ยม : คาร์ล มาคส์ ต่อมา เลนิน สตาลิน เอามาอ่านเเล้วเขาก็เริ่มปฏิวัติ เริ่มจับกันเป็นก้อนเป็นกลุ่มปฏิวัติ เหมา เจ๋อตุง ประเทศจำพวกมหาเศรษฐี ทุกข์ที่สุดเลย (จีน)



The Isaander : เเล้วตอนที่ไปหามวลชน ก็คือมวลชนเเถว ๆ นั้น ไปตามหมู่บ้านใช่ไหม ?


สหายเยี่ยม : ไปตามทุ่งนา บางทีเขาเกี่ยวข้าว ทำไร่ ก็ไปไร่เขา

ทีเเรกเขากลัวเรา คือ มันเป็นความคิดว่าจะไปฆ่าคนเหรอ ก็กลัว เขาไม่รู้จัก ระเบียบการจัดการบริหารคอมมิวนิสต์ เขาไม่รู้จัก เขาก็กลัว ต่อไปต่อมาเราพูดให้ฟังเเล้ว ระบบการบริหารการจัดการปัญหา ถ้าเรามันมีความรักมันก็ฆ่ากันตีกัน เเล้วต้องมีความรักผูกพันไมตรีซึ่งกันเเละกัน ต้องเอาทฤษฎีของมาร์กซ์ ไปชี้ให้เขารู้จักความทุกข์ยาก มันเป็นมายังไง


.


The Isaander : หลังจากนั้นก็มีการไปหามวลชน เเล้วทำไมสุดท้ายพรรคถึงส่งลุงไปเรียนหมอที่เมืองจีน ?


สหายเยี่ยม : มันไม่มีหมอ คนไม่มีเยอะ เเล้วเราก็ถอดใจไปเลย ตอนนั้นไม่กลัวอะไร เพราะเราไปเสียสละเเล้ว ตอนนั้นอยู่เขตงานได้ 1 ปี เเล้วค่อยได้ไปเมืองจีน ประมาณ 56-57 เขาก็ส่งไปเรียน


ตอนนั้นเดินทางไปลาว เเล้วไปเวียดนาม จากไทย(เเม่น้ำโขง)ไปหาเวียดนาม 50 กิโลเมตร เเต่คือข้ามลาวอยู่ที่ยาวไปตามสายเเม่น้ำไปถึงหลวงพระบาง ไม่ได้ข้ามไปยังหลวงพระบาง คือ ไปเวียดนามเลย


.

The Isaander : ตอนนั้นเดินทางไปยังไง ?


สหายเยี่ยม : เดินทางจากนาเเกไปนครพนม ข้ามนครพนม เข้าลาว เเล้วเดินไปตามป่าลาว ไปเรื่อยๆ โดยใช้วิธีเดิน อาทิตย์กว่าๆ ก็ถึงเวียดนามเเล้วไปจีนต่อ มันไม่ไกล 50 กว่าโล เเล้วเขาพาขึ้นเครื่องบินไปจีนอีกที ไปอยู่ 4 ปี 3 เดือน


The Isaander : แล้วลุงได้เรียนอะไรบ้างที่จีน ?


สหายเยี่ยม : มันจะมีภาษาไทย ภาษาจีน ร่วมด้วย ส่วนมากก็ภาษาไทย มันมีหมอไทย หมอต่างประเทศมี จำพวกสหรัฐฯ ก็มีทุกอย่าง


สหรัฐฯมาสอนหมอ เขาขอมา สหรัฐก็มีการต่อสู้เหมือนกัน จำพวกพม่า เขาก็มาศึกษาคอมมิวนิสต์เราเหมือนกัน มาเลเซีย เข้ามาร่วมศึกษา เดี๋ยวนี้คอมมิวนิสต์จริงจังเยอะ อยู่ภาคใต้นะ เขาเปลี่ยนเเผนใหม่ ตอนนี้มันเเบ่งเเยกดินเเดนเฉยๆ เเต่จริงๆ ก็คือคอมมิวนิสต์ที่ประสานกันอยู่ที่รู้จักภาษากันอยู่กับพวกเรา


เรียนผ่าตัด เรียนทุกสิ่งอย่าง ผ่าลำไส้ ผ่าตับ คนป่วยอะไรมาเเล้วเเต่โรคของคน ทนเรียนเเบบตาเห็น เรียนทฤษฎีด้วย เขาก็ผ่าให้เห็นด้วยนะ เราก็เป็นไวนะ เพราะเราเห็นกับตา


ตอนนั้นรักษาโรคอะไรบ้าง เช่น โรคกระเพาะ โรคลำไส้ โรคปวดขา ไมเกรน ปากเบี้ยว บ้าหมู โรคลมชัก ฝังเข็ม ฉีดยาก็ได้ ผ่าตัดก็ได้ มันมีเเค่มือ เครื่องมือผ่าตัดมันมีหมด


.


The Isaander : ตอนนั้นกลับมาเป็นหมอที่ค่ายกี่ปี กลับมาอยู่นาเเกไหม ?


สหายเยี่ยม : กลับมาอยู่นาเเก 1 ปี มาเเล้วก็ออกมาพัก 2 ปี เเล้วก็เข้าป่าอีก ช่วงนั้นนักศึกษาเเตก พ.ศ. 16 ธรรมศาสตร์ (14 ตุลา )


.


The Isaander : มีช่วงที่ลุงพักเเล้วกลับมาอยู่ป่าอีกรอบคือ ที่ภูซาง เเล้วประมาณกี่ปีถึงออกจากป่า ?


.


The Isaander : พอยุบพรรคคอมมิวนิสต์ ลุงก็กลับมาอยู่บ้าน ?


สหายเยี่ยม : อยู่บ้านเเถวนี้ ออกจากขอนเเก่น ภูซาง มาอยู่เเถวนี้เลย เป็นที่ดินของลุง สมัยก่อนลุงยังไม่มีที่ดินตรงนี้ของตัวเอง ต้องหาเงินซื้อเอา ขายบ้านขายยาสะสมไว้ มันไม่เเพง สมัยก่อนสองเเสนสามเเสน มันก็สบายใจ


พวกกรุงเทพฯ รู้จักกันเยอะ พวกจีระนันท์ เสกสรรค์ รู้จักกัน


.


The Isaander : พอจากภูซาง ก็มาหาเงินซื้อที่ ?


สหายเยี่ยม : ที่ของผม 4-5 เเปลงเลยนะ ให้คนเช่าติดบ้าน 24 ไร่ ถ้าทำนาจะได้ 300 กว่ากระสบ มันไม่มีคนทำ เมียก็เสียชีวิตเเล้ว


The Isaander : เจอเมียตอนไหน ?


สหายเยี่ยม : เจอกันสมัยเข้าป่า


.


The Isaander : ที่พรรคคอมมิวนิสต์ไม่ได้ห้ามการมีความรักใช่ไหม ?


สหายเยี่ยม : มันห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะว่าผมกับคุณเป็นบ่าว - เป็นสาว สมมตินะ เราก็จะบอกว่าเลือกคนนี้ได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้เขาก็บอก ถ้าเลือกกันได้เขาก็ไม่ว่ากัน ก็คุย ๆ กันไป ไม่ใช่เอากันปุ๊บปั๊บ เอากันไม่ได้ นอนด้วยกันไม่ได้ อยู่ในป่ายากนะ เพราะเขามีปืน ถ้าเขาบอกไม่ได้เเล้วไปข่มขืนเขาก็ยิ่งทิ้ง ต้องค่อยๆ คุย เพราะเขาเป็นทหารหญิงนะ


.


The Isaander : พอออกมา ก็ซื้อที่ดินที่นี่ได้ 4-5 เเปลง ?


สหายเยี่ยม : ผมหาไปเรื่อยๆ ผมซื้อที่หมดตัวไปสามเเสนเเปดหมื่นห้าพัน ผมไม่รู้ว่า สปก. เขาขึ้น ไม่งั้นสปก. เเล้วนิ เพราะของเก่าเขามันผิดกฎหมาย ผมจะขาย ห้าเเสนผมก็จะขาย ขอเเค่มันได้กำไรนิดหน่อย นาอยู่เเถวนี้เขาให้สองล้านผมก็ยังไม่ได้เลย


ที่บ้าน 24 ไร่ มันเป็นดินจำเพาะเกษตร ทำไร่ทำนาได้ดี จะทำจำพวกขายมันขายอ้อยก็ได้


The Isaander : ก็คือเอาความรู้จากที่ไปเรียนที่เมืองจีนมาปรุงยาเองไหม ?


สหายเยี่ยม : ทำเองครับ ยาจำพวกจีนมันหอม อร่อย ขวดละ 200 บาท เขาอยากให้ผมผลิตอีก ผมไม่ ผมเหนื่อย 1 ขวด 250 ถ้าได้ 100 ขวด ผมก็ได้ 25,000 เเล้ว ทำเองบรรจุเองอยู่บ้าน ทำคนเดียว มีรถมารับเอาไปส่ง ไปขายได้ 50,000 เราให้เขา 10,000 เรา 40,000


เดี่ยวนี้ผมขายยาสมุนไพร ตามโครงการของพระราชดำริ ผมก็มีใบไปขายยาได้ทั่วประเทศ ทุกวันนี้ เป็นยาจำพวกสมุนไพร ปวดขา โรคเก๊า โรคปวดขา กินเเบบต้มกิน


สมัยก่อนทำไมคนไม่ปวดขาเยอะ ทำไมไม่มีโรคเบาหวาน มันเกิดเเก่จากอะไรมาเสวนากัน หมอ


คุณจบปริญญาโท ปริญญาตรีไหม มาเจรจากัน ใครจะอยู่ใครจะไป หมอสมุนไพร ผมบอกเลยว่า หมอใหญ่ๆ คุณไม่ต้องพูดหรอกว่า ยาสมุนไพรกินไม่ดี คุณไม่ต้องพูด คุณยังไม่เรียนถึงยาสมุนไพร คุณจะไปพูดได้อย่างไร


.


The Isaander : ตอนออกมาจากป่า ทำเรื่องยาตลอดเลย ?


สหายเยี่ยม : ทำ เหนื่อยก็ไม่ทำ ถ้าผมไม่ไป ก็คือมาเป็นกำลังช่วยกันก่อน ไม่งั้นผมไปฝังเข็มเเล้ว บางทีผมไป 3-4 วันผมได้เป็นหมื่น มันหลายคน ไปที 4- 5คน ฝั่งเข็มวิทยาศาสตร์ปวดขา หรือผ่าก็เสียขาไปเลยก็มี มันต้องคิดหลายอย่างทำอะไรต้องคิด


.


The Isaander : คอมมิวนิสต์รุ่นเดียวกับลุงยังอยู่เเถวนี้บ้างไหม หรือมีลุงคนเดียว ?


.


สหายเยี่ยม : มี เเต่ไม่เยอะ เเต่ทุกวันนี้ยังมี อายุ 50 กว่าขึ้นไป


The Isaander : มีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนเดิมไหม ?


สหายเยี่ยม : อุดมการณ์เดียวกันเเหละ เหมือนเดิม บางคนก็ไม่เป็น บางทีเป็นคอมมิวนิสต์ เขาเกิดมาผนึกกำลังร่วมกัน ต่อสู้ทรัพยากรของชาติ มันไม่เอา อยู่ดี ๆ มันขายตัวไปเอาเงินกับเขา


.


The Isaander : ในบรรดาพรรคการเมืองไทยตอนนี้ ลุงว่าพรรคอนาคตใหม่ใกล้เคียงกันไหม ?


สหายเยี่ยม : ความคิดคล้ายๆ กับผมเลย มันก็พูดถูกต้องอยู่ ตามที่จริง ระบบนายทุนมันไม่อยากให้เขามีอำนาจ เพราะว่ามันกลัวไม่ได้กิน เพราะว่าอันนี้นั้นเป็นนายก มันจะออกฎหมายใหม่มา กดขี่ขูดรีดนายทุน นายทุนมันก็เเย่เหมือนกัน


___________


#TheIsaander #หนองบัวลำภู #ภูซาง #คอมมิวนิสต์ #สหายเยี่ยม #สงครามโลกครั้งที่2

5 views