top of page

พี่ป๋องพี่แจ๊คหลบไป! อีสานเด้อ คุยนำผีน้อยจากเกาหลี

  • Writer: The Isaander
    The Isaander
  • Jul 29, 2019
  • 1 min read

ree

"มันบ่มีไผอยากไปดอกเพื่อน มานี่กะยากลำบาก มันบ่ได้สวยหรูคือในซีรีย์เด่ ชีวิตผีน้อยฮั่นนะ”


(ไม่มีใครอยากไปหรอกเพื่อน มันไม่ได้สวยหรู่อย่างในซีรีย์ ชีวิตผีน้อยหน่ะ)


บทสนทนาเริ่มขึ้นหลังจากต่อสายหาเพื่อนมันธยมต้นคนหนึ่ง ผ่านสิ่งประดิษฐ์ของอ้ายมาร์คซัคเคอร์เบิร์กคิดค้นขึ้น การกำเนิดขึ้นของเฟซบุ๊กเปรียบเสมือน รอยเขียนชอล์กบนกระดานดำ เมื่อหมดบันทึกช่วงเวลาแล้วลบเลือนหายไป ให้กลับมาความทรงจำอีกครั้ง กลายเป็นบทสนทาจากเพื่อนที่ไม่เจอกันนานกว่า 7-8 ปี จากเกาหลีใต้ถึงอีสานบ้านเฮา


บักพงษ์ ผมเรียกมัน ด้วยความสนิท เคยไปกินอยู่บ้านมันรู้จักพ่อกับแม่มัน เป็นเพื่อนกันช่วงมัธยมต้น พอขึ้นมอปลายด้วยความที่พงษ์เป็นคนใจห้าวหน่อย เขาเลือกเบนเข็มจากสายสามัญสู่สายวิชาชีพ เทคนิค


พงษ์เป็นคนจังหวัดสกลนครอำเภอห่างไกลจากตัวเมืองมาก เขาเข้าไปเรียนในเมืองห่างไกลพ่อแม่หน่อย ด้วยแต่เด็กพ่อแม่ตามใจเขามาก เขาเลยเกเรหน่อย เรียนช้าไปสามปี มีวุฒิได้ ปวช.


หลังจากนั้นเขาได้แต่งงานกับรุ่นน้องในหมู่บ้าน ตอนอายุอานามเพียง 18-19 ปี และมีลูกด้วยกัน 2 คน หลังจากใช้ชีวิตพึ่งพาครอบครัวพ่อแม่อยู่สักพัก เขาต้องออกหาเงินเลี้ยงดูสร้างครอบครัว เขาไปเป็นช่างซ่อมรถ แต่รายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย


พงษเห็นประกาศรับสมัครของกรมแรงงานจังหวัด รับคนไปทำงานเกาหลีใต้ รายได้ดีภายใต้ความร่วมมือของรัฐบาล เขาตัดสินใจสมัครทันที แต่ด้วยขั้นตอนวิธี ทำให้เขาสอบไม่ผ่านภาษาเกาหลี และด้วยตัวเขามีรอยสัก ทำให้ไม่สามารถไปทำงานได้อย่างที่หวัง


แต่ที่กรมแรงงานนี้เอง เขาเจอกับนายหน้ามาติดต่อว่าสามารถพาไปเกาหลีได้ โดยที่ไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก แถมรายได้ดีกว่าอีก


ได้ยินแล้วมันก็น่าเสี่ยง แต่ต้องมีเงินคนละ 150,000 บาท เพื่อเป็นค่าจัดการต่างๆเพื่อจะนำพาตัวเขาเข้าไปทำงานที่แดนกิมจิได้


“มันกะเป็นตาเสี่ยงเด่ เห็นคนแถวบ้านไปเขากะมีเงินมีทอง สร้างบ้าน ซื้อรถได้ เฮากะอยากมีคือกัน”

(บ่แปลแล้ว อ่านเป็นอีสานนำกันเด้อ )


ลำพังวุฒิการศึกษาแค่นี้ ทำงานที่ไทย ได้ดีสุดก็ 9,000-10,000 บาท ลูกสองคนคงไม่พอใช้


พงษ์กับเมียปรึกษาพ่อแม่ กู้เงินมาจำนวนหนึ่ง แล้วตกลงบินไปเกาหลี แสวงโชค แบกความหวังครอบครัวหอบหิ้วเงินวอนกลับบ้านเกิด ทิ้งลูก 2 คนไว้ ที่เพิ่งหย่านมและ 2 ขวบไว้กับตายาย


หลังจากนั้นเขาผ่านด่านหินที่สุดของผีน้อยคือ ตม.(ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง) มาได้ ด้วยความที่เขาถูกเทรนจากนายหน้ามาอย่างดี และเตรียมตัวมาพอสมควร ที่จะเชื่อได้ว่าเขาสองคนมาท่องเที่ยว


“เฮาเหยียบแผ่นดินเขา กะถือว่า โกงแล้ว คนไทยนำกันนี้ละโกง สาระพัดสาระเพ”


แรกเริ่มเดิมทีนายหน้าผู้ติดต่อให้เขาทำงาน จะจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ พร้อมส่งถึงหน้างาน


พอไปถึงจริงๆ ได้แต่นอนอยู่ในห้องไม่มีงานทำ


“เฮาถืกหลอก นายหน้าหลอกเฮา บ่มีงานเฮ็ด เหลือเงินอยู่ 50,000 วอน กินข้าววันละคาบตอนนั้น”


งานแรกของพงษ์กับเมียเป็นคนสวนในไร่สตอเบอรี่ ทำทุกอย่างตั้งแต่ปลูก ฉีดยาฆ่าแมลง จนถึงเก็บผลผลิต


"พ้อนายจ้างดีกะซำถึกเลข ถ้าพ้อบ่ดีกะซำตกนรกเลย”


ree

2 เดือนแรกเขาได้ค่าจ้างอย่างที่หวัง ตกเฉลี่ยคนละประมาณ 30,000 บาท แต่พอมาเดือนที่ 3-4 นายจ้างบอกว่าให้รอเงินจากการขายผลผลิตออกก่อน เขาทำงานฟรีสองเดือนแล้วจึงตัดสินใจหนีออกมาจากฟาร์มสตอเบอรี่ เพราะ ดูแล้วไม่น่าจะได้เงินค่าจ้าง


"เข้าใจสถานะแล้วเพื่อน ตอนนั้นมันคือจังเฮาบ่สามารถไปเรียกร้องหยังได้ ฮู้โตดีว่ามาผิดกฏหมาย กะอยู่ไปละถือว่าเป็นเวรกรรมเฮา”


พงษ์ย้ายออกมาโดยการแนะนำจากเพื่อนให้ติดต่อนายหน้าแล้วรถรับส่ง เขาจ่ายอีก 20,000 บาท เพื่อเป็นค่างานใหม่ที่เขาจะได้ไปทำ ตอนนี้เขาเลือกที่จะลองเสี่ยงกับงานสายโรงงานดู ท่าจะเหนื่อยน้อยกว่าภาคเกษตร ที่ต้องตากแตดตากลมฝนหิมะ


ที่โรงงานนี้เอง เขาได้เงินดี เจ้านายดี งานที่ทำก็ถือว่าดีอีก แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนขยัน คนไทยด้วยกันที่มาก่อนหน้านี้เลยไม่ค่อยชอบขี้หน้าสักเท่าไหร่ ด้วยความที่รู้ว่าตัวเองเลือดร้อนหน่อยเลยเลือกที่จะย้ายหนีไปที่อื่น


ที่ทำงานต่อมาเขาเลือกไปทำงาน ไร่โสม งานก็สบายแต่ดูแล้วนายจ้างตุกติก จ่ายเงินไม่ตรงตามเวลา เขาเลยเปลี่ยนงานไปอยู่กับนายหน้าคนไทย ที่รับเหมาแรงงานภาคเกษตร ตั้งแต่ปลูกต้นไม่ เก็บผลผลิต ฉีดยาฆ่าแมลง ทำทุกอย่าง


"อยู่กับนายหน้าคนไทย กะยังมาโกงเฮาอีก รับเงินมา แบ่งให้เฮาซ่ำเงินทอนหนิ “


ค่าแรงที่เขาควรได้รับ หนึ่งเดือน ประมาณ 40,000-50,000 บาท แต่ที่นี้กดค่าแรง อ้างว่าเป็นค่านายหน้า ค่าตำรวจ ต่างๆนานา เขาได้รับเพียง 30,000 บาท ทำให้เขาย้ายงานอีกครั้ง


การย้ายงานของผีน้อยเกาหลีใต้ จะมีนายหน้าหางาน ซึ่งจะรับผิดชอบดีลงานกับนายจ้างเกาหลี และมีรถรับส่ง แต่ละครั้งจะต้องจ่ายเป็นเงินประมาณ 20,000 บาท


พงษ์และเมียดิ้นรนหางานทุกอย่างที่คิดว่าจะสร้างเงินให้เขาได้


ผ่านมา 3 ปี จนตอนถึงตอนนี้ พงษ์ ได้งานเป็นช่างประกอบอะไหล่รถยนต์ ในโรงงาน ได้เงินเดือน 40,000 บาท หักค่ากินประมาณ 10,000 บาท เหลือเก็บเดือนละ 30,000 บาท ส่งกลับบ้านให้ลูกและพ่อแม่


"ทุกมื้อนี้ อยากกลับบ้านเฮาพุ่นละ มันบ่ได้สะบายดอกเพื่อน แต่มันเลือกบ่ได้เด่”


“อยู่หลบๆซ่อนๆแล้วทุกมื้อนี้ ตำรวจลงหลาย บ่ฮู้ว่ามือไดชิถืกจับคือกัน"


“ถ้าเกิดถืกจับตอนนี้ กลับไปจักชิไปเฮ็ดหยังชิได้เงินซำนี้ ขอเก็บเงินอีกจักหน่อยก่อน”


พงษ์บอกว่าปัญหาส่วนใหญ่ของคนผีน้อยไทยในเกาหลีจะเป็นเรื่องการโกง ทะเลาะวิวาท และยาเสพติด จากคนไทยเองเป็นส่วนมาก


“ถ้าผีน้อยมาแล้วมาสร้างเรื่อง ตีกัน ขายยาบ้า มันเฮ็ดให้ชื่อเสียงไปทางที่ลบ อยากขอร้องละ มาแล้วกะเฮ็ดตัวดีๆกันแหน่”


ทุกครั้งที่พงษ์เห็นข่าวการถกเถียงกันระหว่างผีน้อยกับนักท่องเที่ยวไทยที่เข้าเกาหลี บ้างก็ถูกกักอยู่สนามบิน บ้างก็จะยกเลิกฟรีวีซ่า เขาเห็นใจทุกฝ่ายเลย และอยากให้มองในมุมมองของผีน้อยด้วยว่าเขาต้องลำบากตรากตรำไปทำไม


“เห็นใจทุกฝ่าย เฮากะฮู้ว่าเฮาผิด มาเฮ็ดแบบนี้ เฮ็ดให้คนมาเที่ยวเขายากลำบาก


“แตกะเห็นใจเฮาแหน่เพื่อน

บ้านเฮาจน เฮาเลือกบ่คอยได้”

.

.

บทสนทนาล่วงเลยผ่านมากว่าครึ่งชั่วโมง ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบกัน ฝากถามหาเพื่อนที่ห่างหายกันมานาน ก่อนจาก พงษ์บอกว่า


“ไว้กลับไทย ซิไปกินเหล้านำเด้อเพื่อน คิดฮอดแฮง คิดฮอดปลาแดกตำบักหุ่งคัก กินกิมจิมันแซบคือส้มผักเสี่ยนดอกเพื่อน”


ree

ภาพประกอบสถานที่จริงโดย: พงษ์


พบกับรายงานเรื่อง ผีน้อยไทยในเกาหลี ฉบับความยาวได้ที่ The Isaander ในวาระต่อไป.


____

#theisaander #isaander #ดิอิสานเด้อ #ผีน้อย #ติ่งเกาหลี #นักท่องเที่ยวเกาหลี #ปัญหาสังคม #ครอบครัว #แรงงาน #สวัสดิการแรงงาน

 
 
 

Comments


website-main-logo

สำนักข่าวโดยคนอีสานเพื่อคนอีสานและคนที่ใช้ภาษาไทย 

  • Facebook
  • X
  • Youtube
  • Instagram
bottom of page