
"นครพนมมีคนบ้าคนเดียวที่กล้าเปิดร้านหนังสืออิสระ" คำพูดทีเล่นทีจริงของอดีตวิศกรคนหนึ่งที่ตัดสินใจทิ้งการงานที่ดูจะมั่นคงในสายตาหลายๆคนเพื...
โฆษณา
"นครพนมมีคนบ้าคนเดียวที่กล้าเปิดร้านหนังสืออิสระ"
คำพูดทีเล่นทีจริงของอดีตวิศกรคนหนึ่งที่ตัดสินใจทิ้งการงานที่ดูจะมั่นคงในสายตาหลายๆคนเพื่อกลับบ้าน บ้านที่เขาหวังเป็นจุดเริ่มปักหลักชีวิตอีกครั้งหลังรอนแรมออกไปไกลห่างเมื่อหลายปีก่อน
ก่อนหน้านี้ แมน ธรรมนิตย์ พนมศักดิ์ ทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่งที่สระบุรีราว 7 ปี ระหว่างนั้นเขาใช้ช่วงวันหยุดทำอีกสิ่งที่ชอบคือเป็นช่างภาพแนวสัตว์ป่า พอปีนี้อายุ 30 ปีแล้ว จึงตั้งหมุดมาย ว่าอยากกลับบ้านเกิดที่นครพนม "เราเป็นลูกคนเดียวพ่อแม่ เขาเลยอยากให้กลับมาที่นี่ " ชายหนุ่มบอก
จุดหมายแรกหลังลาออกจากงานบริษัท เขาอยากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เพราะอย่างน้อยดีกรีปริญญาโทสาขาโลหะวิทยาก็น่าจะทำให้เขามีโอกาสไปสู่สิ่งนั้นได้
แต่ความฝันก็ไม่ง่ายเสมอไป เมื่อมหาวิทยาลัยยังไม่เปิดรับสมัคร และเมื่อเห็นว่าบ้านตึก บ้านที่เขาเคยอยู่อาศัยมาตั้งแต่เด็ก และเคยเปิดให้คนเช่านั้นว่างอยู่
" เลยคิดว่าทำอะไรดีวะ เราเลยทำสิ่งที่ชอบ อ่านหนังสือ ถ่ายรูป กินกาแฟ "
จึงเป็นที่มาของโรงหนังสือแห่งความสุขที่ว่านี้
ธรรมนิตย์ ตอนนี้เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยนครพนม เล่าอีกว่า โรงหนังคือการเข้าสู่จินตนาการเพื่อดูภาพตามผู้กำกับวางบทไว้ ส่วนโรงหนังสือนั้นอบอวลไปด้วยตัวอักษร เรื่องเล่า บริบทที่แตกต่างกัน ตามแต่จินตนาการของคนอ่าน และเป็นมากกว่าร้านหนังสือ
“ถ้าเข้ามาคุณก็จะเห็นต้นไม้เห็นหนังสือ ทั้งต่างประเทศทั้งงานของคนไทย มีรูปภาพที่เราถ่ายเอง กาแฟทั้งสายพันธุ์จากภาคเหนือและที่อื่นๆ”
อ่านจบแล้ว — แชร์บทความนี้
โฆษณา



