• The Isaander

Short Story : มาจากทางสายเปลี่ยว


มาจากทางสายเปลี่ยว' อีกเรื่องสั้นจากกองบรรณาธิการ The Isaander พูดถึงอาจารย์หนุ่มกับเพื่อนกวีผู้หนึ่ง ที่เดินทางจากจังหวัดน่านไปจังหวัดขอนแก่น


ผ่านเส้นทางสุดคดเคี้ยวแสนเปล่าเปลี่ยว เส้นทางที่นักทัศนาจรยามค่ำคืนต่างหวาดผวาหากต้องขับรถเพียงลำพัง พิษณุโลก วังทอง เขาค้อ น้ำหนาว และชุมแพ คือเส้นทางสายเปลี่ยวที่ว่านั้น


ระหว่างขับรถเขาจะพบเผชิญอะไรบ้าง เชิญคุณเปิดประตูเข้ามาร่วมเดินทางได้เลยครับ แล้วอย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยด้วยหละ ถือว่าเตือนครั้งที่หนึ่ง !


_______________


มาจากทางสายเปลี่ยว


1


เป็นหนึ่งในถนนสายเปลี่ยวของประเทศ เส้นทางที่นักทัศนาจรผู้ชอบขับขี่หรือแม้กระทั่งโชเฟอร์รถบรรทุกต่างมีเสียงลือและเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับถนนสายนี้ เช่นว่าคุณอาจเจอช้างป่าเดินข้างทางขณะค่อยๆไต่ขึ้นเนิน คุณอาจเจอหินหล่นแตกจากภูเขาระหว่างช่วงอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว หรือหากคุณพบการปรากฎตัวของหญิงสาวโบกรถยามค่ำคืนคุณไม่ควรจอดรับ แต่เรื่องราวที่นักเดินทางอย่างผมหวั่นเกรงที่สุดคือประวัติศาสตร์การก่อสร้างถนนสายนี้ เต็มไปด้วยบาดแผลขัดแย้งและความสูญเสียเลือดเนื้อของผู้คนในชาติจากภาวะการเมืองในอดีต เส้นทางระหว่างพิษณุโลก หล่มสัก ไปสู่ขอนแก่น เป็นระยะทางสัญจรและหมุดหมายของผมในค่ำคืนนั้น


หลังเสร็จงานอ่านกวีที่จังหวัดน่าน ผมรีบบอกเพื่อนกวีหนุ่มร่างหมี ผู้เริ่มติดลมจากการฉลองเครื่องดื่มตราสิงห์กับเจ้าภาพงาน ว่าควรต้องออกเดินทางได้แล้ว เพราะผมเองมีธุระพรุ่งนี้เช้าที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ระยะทางกว่า 700 กิโลเมตรนั้น เป็นเรื่องสาหัสสำหรับการขับรถคนเดียว แต่มากกว่านั้นบนเส้นทางที่คดเคี้ยวไปตามป่าเขา ความมืดยิ่งเข้าปกคลุมท้องฟ้า และเหมือนว่าจะบั่นทอนกำลังใจนักขับขี่ผู้นี้ลงเรื่อยๆ


ห้าโมงเศษ ๆ ท้องฟ้ายังพอมีแสงแดด พวกเราออกเดินทางด้วยรถกระป๋องบุโรทั่งที่ผมเหมือนได้ของขวัญมาจากโครงการรถคันแรก เส้นทางออกจากน่านแม้จะมีการทำถนนเป็นระยะๆ แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับการขับขี่ ครั้นเข้าสู่จังหวัดแพร่ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท


ช่วงเวลาหนึ่งทุ่ม เพื่อนกวีหนุ่มขอให้ผมแวะพาไปทำธุระส่วนตัวตามคำแนะนำของคนรัก นั่นคือการไปสักการะวัดพระธาตุช่อแฮ อารามหลวงศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ คนรักของเขาได้รับคำแนะนำมาจากหมอดูอีกที เราไปถึงพระธาตุในตอนที่แทบจะปิดแล้ว บรรยากาศชวนอ้างว้างของวัดเก่าแก่ ยอดสีทองมะลังมะเลืองของเจดีย์ดูหม่นเทาต่างออกไปจากที่เคยแวะเวียนมา คงเพราะแทบไม่มีนักท่องเที่ยวหน้าไหนนึกโปรแกรมเที่ยวพระธาตุช่อแฮในวัน-เวลานี้ได้เหมือนพวกเรา


ผมผุดความคิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัด อย่างแพะเมืองผี หรือการไปตามรอยกบฏเงี้ยว ที่คุ้มเจ้าหลวงนครแพร่ ด้วยเวลาแบบนี้สถานที่แห่งนั้นจะชวนหวาดสยองและลี้ลับขนาดไหน


ยิ่งคิดยิ่งเตลิดไปไกล ลำพังการขับรถในบรรยากาศเงียบเหงาปนขมุกขมัวในระยะทางไกลแบบนี้น่าหวั่นมากพอแล้ว แต่ผม-ผู้ติดตามเพื่อนกวีผู้นั้นมาร่วมงานชุมนุมอ่านกวีของรุ่นพี่นักเขียนท่านหนึ่ง กลับมีเรื่องต้องกังวลอีกสองสามทาง แรกคือพละกำลังของตัวเอง เนื่องจากเพื่อนกวีได้ซดเบียร์เข้าไปมาก สองพละกำลังของรถกระป๋องญี่ปุ่นบุโรทั่งที่มันเริ่มส่งเสียงถึงปัญหาสักอย่าง แต่ผมก็ยังดันทุรังขับข้ามเขาลูกแล้วลูกเล่าจากกรุงเทพถึงเมืองเหนือ สามก็คือผมไม่สามารถแวะจอดนอนค้างที่ไหนได้อีก เพราะมีงานรออยู่ข้างหน้าที่จังหวัดขอนแก่น นั่นเท่ากับว่าผมมีทางเลือกเดียวคือต้องขับรถไปบนเส้นทางสายเปลี่ยวนี้ไปคนเดียวตลอดคืน


2


หลังเพื่อนหนุ่มทำธุระเสร็จราวสองทุ่ม พวกเรา- ซึ่งอาจเป็นผมคนเดียวตัดสินใจกันไปว่า จะแวะกินมื้อเย็นที่พิษณุโลกทีเดียว หลังเก๋งบุโรทั่งบึ่งออกจากวัดพระธาตุช่อแฮ เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอสูงเม่นแล้ว คู่ขาทัศนาจรของผมก็ตกอยู่ในภวังค์หลับไหลไปตลอดทาง ท่ามกลางสายฝนที่พรมลงมาตลอดเส้นทางเข้าสู่อุตรดิตถ์ผ่านเขาพลึงที่มีข่าวอุบัติเหตุรถบัสตกเหวบ่อยครั้ง ยิ่งเพิ่มความหวาดหวั่นให้ผมเมื่อนึกถึงสภาพรถยามนี้และทัศนวิสัยการมองเห็น กระทั่งวิ่งบนทางราบเข้าเขตพิษณุโลกและถนนสายนั้นนำพวกเรามาสู่หลักกิโลเมตรที่ 0 แยกอินโดจีน ในอำเภอเมือง ผมจะปลุกเพื่อนกวีแวะกินจิ้มจุ่มมื้อดึก และเติมน้ำมันให้เต็มถัง


หลังจากนั้นเกือบห้าทุ่มผมขับออกจากตัวเมืองเพื่อเข้าสู่เส้นทาง พิษณุโลก - หล่มสัก โดยจะผ่านวังทองเป็นอำเภอแรกของการขึ้นเขาเส้นทางนี้ก่อนเข้าสู่เขาค้อ พลันให้ผมคิดถึงเรื่องราวความหลัง ที่ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัว และมันกำลังจะเริ่มปรากฏในห้วงความคิดในทางคดโค้งข้างหน้าที่กำลังจะมาเยือน ..


3


"พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยหรือที่ทางรัฐบาลเรียกว่า ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์(ผกค.) กลุ่มเขาค้อ ปลุกระดมชาวเขาและรวบรวมกองกำลังได้ 3,000 คน และยึดเอาเขาค้อเป็นฐานที่มั่น เนื่องจากภูมิประเทศเอื้ออำนวยต่อการซ่องสุมกำลังพล ฝ่ายรัฐบาลเองก็ได้ผนึกกำลัง ตำรวจ ทหาร และพลเรือนอาสาเข้าไปปราบปรามอย่างจริงจัง สูญเสียทั้งอาวุธและผู้คนไปมากมาย"


หนึ่งในข้อเขียนรายงานที่ปรากฏในวิทยานิพนธ์ปริญญาโทของตัวเอง คือเรื่องราวที่ผมคิดในหัวเมื่อรู้ครั้งแรกว่า ต้องขับรถผ่านเส้นทางนี้ยามค่ำคืนที่แทบจะลำพังคนเดียวแบบนี้ มันเริ่มกระตุกต่อมกลัวอะไรบางอย่างในภาพจำและจิตใจ

"ยุทธศาสตร์ที่ฝ่ายทหารใช้ปราบปรามคือการสร้างถนนเข้ารุกไปในพื้นที่ของกลุ่ม ผกค. เป็นการยึดพื้นที่อย่างถาวร และใช้เป็นเส้นทางเคลื่อนพลยุทโธปกรณ์และกำลังบำรุงเข้าสู่สมรภูมิได้อย่างสะดวก โดยมีเป้าหมายคือยึดเขาค้อให้ได้ ก่อนมีการสู้รบเป็นสมรภูมิมีชื่อต่างกันออกไป เช่น ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก 1 ที่เป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่และเสียผู้คนไปมากมาย "

แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปีแล้ว แต่เป็นนักเรียนประวัติศาสตร์อย่างผมเองที่ปลุก"ผีคอมมิวนิสต์" มาหลอนตัวเองอย่างหวาดผวา ในระยะทางขึ้นเขาลงเขาจากวังทอง - เขาค้อกว่า 120 กิโลเมตร ผมยังประคองความเร็วของรถ อยู่ที่ระยะทาง 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สองข้างทางมีรถสวนมาบ้าง ส่วนผู้โดยสารหนึ่งเดียวในรถของผมนั้นหลับยาวอีกครั้งตั้งแต่จอดแวะปั๊ม มีเพียงเสียงหายใจรุนแรงกว่าคนทั่วไปของเขาเท่านั้นทำให้ผมรู้ว่าไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตเพียงลำพัง หลายวาบความคิดก็เฝ้าภาวนาว่าขอให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว แต่ละโค้งทุกทางลงทุกจังหวะผมก็ได้เพียงภาวนาว่า ขออย่าให้เผชิญกับสิ่งแปลกปลอมปะปนมาในคราบมนุษย์เลย


กระทั่งผ่านจุดที่ชันที่สุดของเขาค้อ ผ่านหมู่บ้านเข็กกลางและถึงตัวอำเภอเขาค้อ ในที่สุดเมื่อเวลาล่วงตีสองมาแล้ว


ผมรู้สึกคลายความกังวลไปบ้าง ก่อนแวะปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเพื่อเข้าห้องน้ำ และเดินทางต่อไปบนเส้นทางหล่มสัก-อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อำเภอคอนสาร และอำเภอชุมแพ ระยะทางอีก 120 กว่ากิโลเมตร นั้นขับยากกว่าระยะทางก่อนหน้าเสียอีก เพราะแทบไม่มีบ้านคนและแสงไฟอยู่เลยตลอดสองข้างทาง ราวๆสิบยี่สิบนาทีจะมีรถสวนผ่านมาพร้อมเปิดไฟสูงสักครั้งหนึ่ง


อีกความหวาดหวั่นที่สัมผัสได้คือทางเส้นนี้จะมีทั้งเนินสูงและทางโค้งชันที่คล้ายคลึงกัน จนคุณอาจนึกไปว่าขับมาที่นี่หนึ่งชั่วโมงแล้ว ยังไม่พ้นเขตนี้เสียที ส่วนหนึ่งนั่นเพราะความล้าที่เริ่มสะสมมาเรื่อยๆ แต่เมื่อจิตใจมุ่งมันจะไปต่อ เส้นทางเส้นนี้ผมจึงชนะมันไปได้ กระทั่งผ่านเข้าตัวอำเภอชุมแพราวๆตีสี่ ต่อจากนี้ไปจะใช้ถนนสายมะลิวรรณ ถนนทางเรียบซึ่งตั้งชื่อเพื่อให้เกียรตินายช่างผู้บุกเบิกเส้นทางสายนี้มาตั้งแต่ปี 2493 และแล้วการต่อสู้กับสภาพบีบคั้นจากการเดินทางก็จบลงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นไม่กี่ชั่วโมง


4


ผมทบทวนเหตุการณ์ความมืดที่พบเผชิญระหว่างเดินทาง แท้จริงแล้วอาจไม่ต้องถึงขั้นผีสางหรือมิติดำมืดพิศวงอะไรหรอก บางทีความน่ากลัวอยู่ที่มุมมอง สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นหากเปลี่ยนช่วงเวลาจากกลางคืนมาเป็นกลางวัน เส้นทางที่ผมท่องทะยานนั้นเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทิวทัศน์งามตา หลายๆคนให้ฉายาว่าเป็นเส้นทางโรแมนติกลอยฟ้า ชมหมอกหน้าฝน เรื่องราวผีคอมมิวนิสต์ที่ถูกปลุกในมโนสำนึกคงไม่เกิดขึ้น


ผมถึงขอนแก่นและเลี้ยวเข้าที่พักช่วงหกโมงเช้า ก่อนนาฬิกาปลุกในมือถือจะดังบอกเวลาตื่นอีกครั้งราวแปดโมงครึ่ง แม้ยอมรับว่าไม่อยากตื่นนัก แต่นั่นแหละที่คนเราไม่ได้ตื่นเพราะเคารพเสียงนาฬิกาหรอก แต่เพราะเราเคารพเวลาที่คนอื่นนัดหมายไว้ต่างหาก


การบรรยายที่มหาวิทยาลัยวันนั้นเป็นไปด้วยดี มีนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์แลกเปลี่ยนความเห็นตลอดสองคลาสทั้งเช้าและบ่าย ทำให้บรรยากาศการบรรยายพิเศษวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ไม่น่าง่วงจนเกินไป ผมเสร็จธุระกับเพื่อนอาจารย์เจ้าของวิชาเกือบหกโมงเย็น หลังจากนั้นเราไปกินมื้อเย็นกันที่ร้านอาหารหลังมหาวิทยาลัย เพื่อนอาจารย์และมิตรสหายกวีหนุ่มของผมพยายามชักชวนให้อยู่ดื่มกินกันต่อและพักอีกคืน แต่ต้องปฏิเสธไปเพราะไกลไปอีก 400 กิโลเมตร คนรักของผม เธอก็อยากให้รีบกลับด้วยอยากพบกันเร็วๆหลังหายหน้าไปจากการเดินทางขึ้นเหนือ นั่นทำให้ผมนึกถึงอีกความรับผิดชอบในความสัมพันธ์ที่ต้องรักษาไว้ หลังแวะส่งเพื่อนกวีหนุ่มที่ บขส.แห่งที่ 3 จังหวัดขอนแก่น เพื่อให้เขากลับจังหวัดร้อยเอ็ดบ้านเกิด ผมขับออกไปตามถนนที่จะพากลับบ้าน ...


สุดเส้นทางสายเปลี่ยว: ราวสองทุ่มเศษๆ ของวันหนึ่งคุณอาจพบรายงานอุบัติเหตุบนถนนสายมิตรภาพระหว่างทางเข้าอำเภอพลจังหวัดขอนแก่น รถเก๋งมิตซูบิชิป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานครประสานเข้ากับเสาไฟบริเวณเกาะกลางถนน คาดว่าผู้เสียชีวิตเกิดอาการหลับในระหว่างขับขี่ เท่าที่ทราบหลักฐานที่พอระบุตัวบุคคลได้คือ เอกสารประกอบการสอนหัวข้อเรื่อง สหายชาวบ้านกับขบวนการคอมมิวนิสต์ในภาคอีสานของประเทศไทย


#TheIsaander #เป็นคนอีสาน #น่าน #ขอนแก่น #วังทอง #เขาค้อ #น้ำหนาว #พิษณุโลก #การเดินทาง #เรื่องสั้น #ShortStory #คอมมิวนิสต์ #ระหว่างขับรถ

6 views

© 2023 by Glorify. Proudly created with Wix.com