"กินลาบมันมีความเป็นเพื่อนเป็นชุมชน ไม่มีใครไปนั่งกินลาบคนเดียวหรอก อีสานถ้าบอกว่ากินลาบต้องมีงาน ไม่มีใครฆ่าวัวแล้วกินคนเดียว มีกินลาบกินข้าวกัน แล้วก็ใช้ทำกิจกรรมกัน กินลาบต้านรัฐประหาร กินลาบก็จะพ่วงด้วยเรื่องอื่น"
โฆษณา

ด้วยความกึ่งเสียดายกึ่งผยอง หลังเปิดเทอมปี 2546 ได้ไม่ถึงสองเดือน นักศึกษารหัส 4608610400 คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัดสินใจหอบหิ้วกระเป๋าตัวเองออกจากหอพักมหาวิทยาลัย เพื่อมุ่งไปทำตามเสียงข้างในจิตใจของเขาคือการเรียนกฎหมาย ในมหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่งเพราะด้วยความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า นิติศาสตร์คือสิ่งที่เขาหลงใหลใฝ่ฝันและจะเอาดีกับมันได้ สิบกว่าปีผ่านไปเด็กหนุ่มจากโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัยคนนั้น กลายมาเป็นทนายความมีชื่อเสียงจากการทำคดีการเมืองและสิทธิมนุษยชน
ไอ้คอมมิวนิสต์ของครูที่โรงเรียน, ทนายน้อยๆ ของสาวๆ ที่ติดตามเฟซบุ๊กส่วนตัว, กวีการเมืองกึ่งโรมานซ์ และอีกหลายๆ ฉายาที่แล้วแต่คนอื่นๆ จะมอบให้กับเขา แต่สำหรับเราเขาคือ “ทนายอานนท์ นำภา” ผู้มีบุคลิกสนุกสนาน ร้องเพลงเลียนเสียงติ๊ก ชิโร่ ในแบบประกวดเงาเสียงได้และ “ลาบ” คือกิจกรรมหลักที่แทรกเข้ามาในทุกมิติชีวิต นั่นคือสิ่งที่ The Isaander สนใจและอยากพูดคุยกับเขาในวงลาบ เพื่อนำบทสนทนาวันนั้นมาฝากมาต้อนผู้อ่านของเรา
เรื่องอื่นจาก กองบรรณาธิการ
ดูทั้งหมดโฆษณา
อ่านจบแล้ว — ร่วมแบ่งปันประเด็นนี้ให้สังคม












