ความเห็น
โควิด-19 : บันทึกจากผู้ติดเชื้อ ความเจ็บไข้ ครอบครัว ความกลัว และหยดน้ำตา
3 นาทีอ่าน

โฆษณา
ในขณะที่นั่งลงเขียนบันทึกนี้ ผมออกจากโรงพยาบาลหลังได้รับการรักษาโควิด-19 มาแล้วหลายสัปดาห์ กักตัวครบตามกำหนด และทางโรงพยาบาลบอกว่าไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำ เพราะบางทีอาจจะตรวจเจอเชื้อที่ตายแล้วซึ่งไม่สามารถแพร่ออกไปได้ ในด้านร่างกาย ผมไม่แน่ใจว่ามีอะไรค้างอยู่บ้าง ซากเชื้อ? หรือภูมิคุ้มกัน? แต่ในด้านจิตใจนั้น ผมรับรู้ได้ชัดเจนว่าหลายต่อหลายหลายอย่างยังคงติดอยู่ไม่จากไป
ทุกวันนี้ ผมยังคงนึกถึงวันแรกที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับโควิดอย่างจริงจัง ก่อนหน้านั้น นับตั้งแต่ที่เกิดการระบาดระลอกสามช่วงต้นเดือนเมษายน 64 แม้จะคอยติดตามข่าวด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ห่างไกลจากความห่วงว่าจะเกิดกับตัวเอง ชีวิตผมในหยุดยาวช่วงสงกรานต์ยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่ายปรกติตามที่ได้วางแผนไว้ โดยไม่ได้เอะใจเลยว่า แท้จริงแล้วมันคือคลื่นลมที่สงบนิ่ง ก่อนจะมีพายุใหญ่ตามมา
พายุเริ่มซัดเข้ามาในบ่ายวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน เมื่อเพื่อนคนหนึ่งโทรมาบอกว่า ผลการตรวจโควิดของแฟนเขาที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันกับครอบครัวผมช่วงต้นสงกรานต์ เป็นบวก ครอบครัวที่ว่านั้นหมายถึง ผม ภรรยาซึ่งตั้งท้องได้ 8 เดือน และลูกเล็กวัย 2 ขวบกว่า เราไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนกลุ่มเล็ก ๆ กันมา 1 คืน ในที่พักที่จ่ายเงินล่วงหน้าไปตั้งแต่ก่อนมีข่าวการระบาดหนัก นอกจากนี้ที่บ้าน ผมยังมีแม่ อายุ 65 ปี และมีโรคประจำตัว ซึ่งใกล้ชิดกับผมตลอดช่วงสงกรานต์อีกคน
ผมละมือจากการกินข้าวทันทีที่วางโทรศัพท์ เกิดอาการพะอืดพะอม เหมือนถูกผลักเข้าสู่ฝันร้ายตอนกลางวันอย่างไม่ทันตั้งตัว พยายามตั้งสติว่าควรจะทำอย่างไร ก่อนจะพบว่าตัวเองแทบไม่รู้อะไรเลย ผมค่อยๆ เริ่มจากค้นหาเบอร์สายด่วนเกี่ยวกับโควิด เลือกโทรไปที่เบอร์ 1330 เล่ารายละเอียดให้เขาฟังเพื่อปรึกษา ปลายสายแจ้งว่า ระยะเวลาที่ผมไปเที่ยวกับเพื่อนนั้นผ่านมาเกินสัปดาห์แล้ว ความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ อยากให้กักตัวดูอาการจนครบ 14 วันก่อน เพราะไปโรงพยาบาลตอนนี้อาจจะเสี่ยงกว่า
โฆษณา
อ่านจบแล้ว — ร่วมแบ่งปันประเด็นนี้ให้สังคม
