
ประชาไท รายงานว่า แม้จะเข้าสู่ฤดูฝนแต่ในปีนี้หลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานของไทยประสบภาวะภัยแล้งอย่างหนักเช่นที่นครราชสีมา...
โฆษณา
ประชาไท รายงานว่า แม้จะเข้าสู่ฤดูฝนแต่ในปีนี้หลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานของไทยประสบภาวะภัยแล้งอย่างหนักเช่นที่นครราชสีมา แล้งสุดในรอบ 50 ปี จากภาวะฝนทิ้งช่วง ที่ขอนแก่นแหล่งน้ำผิวดินอยู่ในสภาพแห้งหมดอ่าง
แนวทางแก้ที่ผ่านมาคือการใช้น้ำบาดาลเป็นส่วนใหญ่โดยเฉพาะระบบประปาหมู่บ้าน ดังนั้นทุกครั้งที่เกิดภัยแล้งสิ่งที่รัฐทำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง คือ การแจกงบประมาณปูพรมเจาะบ่อบาดาลช่วยเหลือประชาชนแบบเฉพาะหน้า
แต่ปัญหา “น้ำบาดาลเค็ม” ที่เกิดขึ้นมีมาช้านาน ทำให้เกิดข้อจำกัดในการพัฒนาน้ำบาดาลมาใช้ประโยชน์ แถมน้ำผิวดินบางช่วงก็เกิดปัญหาความเค็มด้วย เช่น กรณีลำน้ำมูลและลำน้ำสาขาแห้งแถมเค็ม และอีกหลายพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำบาดาลที่เคยใช้กลายเป็นน้ำเค็ม ไม่สามารถนำไปใช้อุปโภคบริโภคและเพาะปลูกต่อไปได้ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างมากโดยเฉพาะในภาวะที่ฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง แล้วสาเหตุอะไรที่ทำให้น้ำบาดาลเค็ม
เป็นที่มาของ “โครงการแนวโน้มผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและการใช้ที่ดินต่อศักยภาพการพัฒนาน้ำบาดาลในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยหลวง” ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สกสว.) เพื่อวางแผนการบริหารจัดการที่ดินและการพัฒนาน้ำบาดาลมาใช้ในอนาคต ให้มีทรัพยากรน้ำบาดาลใช้ได้อย่างยั่งยืน
โดยดำเนินงานคู่ขนานบนฐานข้อมูลเดียวกับการศึกษาแนวโน้มการแพร่กระจายดินเค็มในอนาคตในช่วง 10 ปี 20 ปี และ 30 ปีข้างหน้า บนพื้นที่ปลูกข้าวสำคัญของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยหลวง ผลการศึกษาที่ได้อยู่ในรูปแบบของแผนที่ศักยภาพน้ำบาดาล แผนที่แสดงพื้นที่เสี่ยงต่อการใช้น้ำบาดาล และแผนที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำขัง-ดินเค็ม โดยใช้แบบจำลองเชิงคณิตศาสตร์
ดร.โพยม สราภิรมย์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรน้ำใต้ดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า
เนื่องจากพื้นที่ภาคอีสานมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งการเปลี่ยนแปลงปริมาณฝนและการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ ซึ่งมีผลต่อระบบอุทกธรณีวิทยาและมีผลต่อปริมาณการเพิ่มเติมน้ำบาดาล สมดุลน้ำบาดาลและศักยภาพน้ำบาดาล การกระจายความเค็มในน้ำบาดาลและการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ดินเค็มในอนาคต
อ่านจบแล้ว — แชร์บทความนี้
โฆษณา



