top of page
  • The Isaander

บทเพลงของคนเเรมทาง:เราต่างมาพบพานเพื่อเเปรเปลี่ยนเป็นความทรงจำ



บทเพลงของคนเเรมทาง: เราต่างมาพบพานเพื่อเเปรเปลี่ยนเป็นความทรงจำ

หากวันนี้ยังเดียวดายอยู่พึงระลึกไว้เถิดว่า นี่จะเป็นรุ่งเช้าหรือค่ำคืนสุดท้ายของความโดดเดี่ยว

“บทเพลงของคนเเรมทาง” บทกวีปี 2557-2565 8 ปีของการกลับมาเพื่อคนเดินทางที่เดียวดายหรือกำลังเดียวดาย

นี่เป็นสัมผัสเเรกที่อยากเขียนถึงหนังสือสักเล่มเเม้ไม่เคยมาก่อน ซึ่งตัวข้าพเจ้าพบหนังสือเล่มนี้ทันทีเมื่อค้นกองหนังสือของมิตรสหายที่จะออกเดินทางสู่ต่างแดน


“บทเพลงของคนเเรมทาง” หากพินิจเพียงภาพ ข้าพเจ้าคิดเอาเองว่า เป็นหนังสือที่น่าเก็บไว้ ด้วยขนาดเเละการออกเเบบ ภาพหญิงสาวถือหนังสือทาบมือไว้ที่อก บนภาพปกนั้นเป็นใคร ข้าพเจ้ามิได้สนใจ ณ ช่วงเวลานั้นเเต่เตะตาเเละน่าเปิด

ทำไมนะหรือ ท่านลองนึกภาพตัวเองถือหนังสือเล่มนี้ขนาดพอดีมือใต้ร่มไม้สิ คงดูดีไม่น้อย เเละเเสนเย้ายวน ส่วนเนื้อหาเพิ่งได้ดูอีกทีว่าเป็นบทกวี เเน่นอนว่าไม่เคยอ่านเป็นเล่มจริงจังเเบบนี้เเน่

เเต่แปลกเป็นหนังสือเล่มน้อยที่รู้หน้าที่เป็นอย่างมาก ปกหลังที่คอยเชื้อเชิญ ยังคงหนักเเน่นเน้นย้ำพร่ำเรียกหาข้าพเจ้าว่า”คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย” หากได้เปิดอ่าน

นี่ไม่ใช่การเขียนเพื่อเเนะนำหนังสือ และไม่อาจเรียกเช่นนั้นได้ หากเเต่เป็นเพียงตัวหนังสือที่อยากฝากเรื่องราวของตัวมันเองที่ได้พานพบกับข้าพเจ้า


“บทเพลงของคนเเรมทางสัมพันธ์กับตัวข้าพเเละเพื่อนได้อย่างไร” ข้าพเจ้าขอสารภาพด้วยความสัตย์ซื่อกับผู้อ่าน ขณะนี้หยดน้ำจากดวงตาทั้งสองข้างของข้าพเจ้าได้ไหลรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสวนอักษรเสียเเล้ว

หลังข้าพเจ้าทราบข่าวถึงการเตรียมเดินทางไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาของเพื่อนรักในเร็ววัน ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีเป็นที่สุดต่อความสำเร็จของมิตรสหาย เเละไม่อาจปิดบังความรู้สึกเศร้าด้วยรักเเละคิดถึงได้เช่นกัน

เมื่อถึงคราวจากลา “เราต่างมาพบพานเพื่อเเปรเปลี่ยนเป็นความทรงจำ” ข้าพคงมิอาจโอบกอดเธอไว้กับตัวได้เช่นเดิม หากจะหาสิ่งใดยึดเหนี่ยวจิตใจในยามนี้คงมีเพียงหนังสือ “บทเพลงของคนเเรมทาง” ของเพื่อนยากที่คงอยู่ ฝากไว้ซึ่งบทกวีที่เข้ามาผูกผสานเเละขับกล่อมเรื่องราวระหว่างเราให้คุกกรุ่น ประดุจคอยย้ำเตือนสิ่งดีเเละขับไล่ความเงียบเหงา

ค่ำคืนที่เริ่มอ่านหรือเเม้กระทั่งรุ่งเช้าที่อ่านจบเป็นวันเดียวกัน ก่อนอำลาข้าพเร่งอ่านบทกวีให้มิตรรักฟังเพื่อส่งเธอเดินทาง

ข้าพเจ้ามีความคิดเห็นร่วมกับมิตรสหายว่า นี่เรากำลังฟังเรื่องราวชีวิตของผู้เขียนที่ไม่มีความเขินอายที่จะเผยเรื่องราวการเดินทางของชีวิตที่เคลื่อนไปตามประสบการณ์ของห่วงอารมณ์ใช่หรือไม่

หรือข้าพเจ้าอาจคิดผิดถนัด เเท้จริงเเล้วอาจเป็น บทเพลงของคนเเรมทางอีกหลายคนที่อาจพบพานเช่นกัน

เท่าที่ความสามารถของข้าพเจ้าจะอ่านเเละคิดตามได้ “บทเพลงของคนเเรมทาง” ได้บรรเลงเพลงด้วยเรื่องราวอย่างหลายหลาก ไม่หวือหวา เเต่สะกิดใจเเละปลอบประโลมผู้อ่านอย่างรู้จังหวะ ดังบทกวี “เเสงดาวเเละคนเดินทาง”

เหมือนฤดูหนาวอันยาวนานจะผ่านไป…

หอมกลิ่นหอมดอกไม้ในราตรีสีขาว คืนนี้อากาศอุ่นประดับดาว รู้สึกถึงเรื่องราวร้ายๆ ได้ผ่านไป คิดถึงคนเดินทางที่เดินทางเพียงลำพัง ภายหลังความเหน็บหนาวได้ห่างหาย คงได้นอนบนพรมหญ้าสนทนากับดาริการาย เเล้วมอบบทกวีเเทนดอกไม้ไว้กำนัลชีวิต

เเม้นเรื่องราวเคลื่อนวนซ้ำไปมาทั้งดีเเละร้าย เกิดขึ้นไม่นานจะจบลง ผ่านมาไม่นานย่อมผ่านไป เเต่มิได้หายขาดซ้ำยังคงตกตะกอนให้หวนนึกถึงเพื่อการใดก็ตามเเต่

ดั่งดาริการายที่ในค่ำคืนเยียบเย็นผลัดเปลี่ยนเวรยามกับเเสงเเห่งรุ่งอรุณในยามเช้าที่สาดส่องให้อบอุ่น ถึงสถานที่ ความรัก ผู้คนเเละความฝัน


สุดท้ายนี้ข้าพเจ้ามิอาจทราบได้เลยว่า”บทเพลงของคนเเรมทาง” จะสิ้นสุดลงเท่านี้ตามเเต่ความต้องการของผู้เขียนหรือไม่

เเต่ข้าพเจ้านั้นมั่นใจได้ว่า ตราบที่บทกวีเล่มนี้ยังคงทำงานหยดหมึกจากปลายปากกาผู้เขียนยังไม่เหือดเเห้ง ย่อมเป็นสิ่งย้ำเตือนได้เเล้วว่า” You’ll Never Walk Alone คุณจะไม่เดินเดียวดาย”

ดังบทกวีเล่มนี้เริ่มทำงานตั้งเเต่ปี 2557 จนตอนนี้ปี 2565 ได้อยู่ในสัมผัสมือข้าพที่กำลังโหยหา สักเล่มไว้ข้างกายเป็นของตนเอง

ซึ่งอาจเป็นสิ่งยืนยันเเละแสดงให้เห็นได้ว่างานบทกวี”บทเพลงของคนเเรมทาง” นี้ยังสื่อความรู้สึกได้กับผู้คนเสมอ ดังท่านผู้นั้นกล่าวมา ____________________________________________________________________________ Text: Aurapid Kaummungkun

*หนังสือ บทเพลงของคนแรมทาง นักเขียน วิทยากร โสวัตร (2557) *ขณะนี้ไม่มีวางจำหน่าย จนกว่าเจ้าของผลงานจะใจอ่อนเอากลับมาตีพิมพ์ซ้ำ อ่านอะไรต่อดี: เพลงรักคนพเนจร (แดนอรัญ แสงทอง)

9 views0 comments
bottom of page